มาตรา 21 ให้ผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าปฏิบัติดังนี้ (1) จัดให้มีป้ายไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่ายจากภายนอกอาคาร แสดงว่าเป็นสถานที่ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า ลักษณะ ขนาดของป้าย และข้อความที่แสดงในป้าย ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด (2)
แสดงใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยเคมีไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ ที่ทำการ ที่ระบุไว้ในใบอนุญาต (3) จัดให้มีการวิเคราะห์ปุ๋ยเคมีทุกครั้งที่ผลิตขึ้นก่อนนำออกจากสถานที่ผลิต โดยมีหลักฐานแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์ทุกครั้ง ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสิบปี (4)
จัดให้มีฉลากภาษาไทยที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุปุ๋ยเคมีที่ผลิตขึ้น โดยผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้ารับรองความถูกต้องของข้อความในฉลาก และในฉลากต้องแสดง (ก) ชื่อปุ๋ยทางการค้า และมีคำว่าปุ๋ยเคมี (ข) เครื่องหมายการค้า หรือเครื่องหมายอื่นใดซึ่งแสดงที่ภาชนะหรือหีบห่อบรรจุปุ๋ยเคมี (ค)
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง (ง) ชนิดและปริมาณของธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ถ้ามี (จ) น้ำหนักสุทธิของปุ๋ยเคมีตามระบบเมตริก (ฉ) ถ้าปุ๋ยเคมีมีวัตถุ หรือสิ่งอื่นผสมอยู่ด้วย ต้องแจ้งชื่อและปริมาณของวัตถุหรือสิ่งที่ผสมอยู่เป็นร้อยละของน้ำหนักสุทธิของปุ๋ยเคมี (ช)
ชื่อผู้ผลิตและที่ตั้งสถานที่ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า (ซ) ชื่อทางเคมีและปริมาณของสารเป็นพิษที่ผสมอยู่ในปุ๋ยเคมี ถ้ามี (ฌ) ข้อความอื่นที่รัฐมนตรีกำหนดให้มีในฉลาก (5) จัดให้มีเอกสารกำกับปุ๋ยเคมีตามที่ขึ้นทะเบียนไว้ เอกสารกำกับปุ๋ยเคมีถ้าเป็นภาษาต่างประเทศต้องมีภาษาไทยด้วย (6) จัดให้มีคำชี้แจง วิธีใช้
และคำเตือนการใช้ปุ๋ยเคมีในเอกสารกำกับปุ๋ยเคมี ในกรณีที่เป็นปุ๋ยเคมีซึ่งมีสารเป็นพิษผสมอยู่ด้วย ความใน (4) และ (5) ไม่ใช้บังคับแก่ผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้า ซึ่งขายปุ๋ยเคมีที่ตนผลิตให้แก่ผู้รับใบอนุญาตผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้ารายอื่น โดยมิได้บรรจุภาชนะหรือหีบห่อ