(1) คำว่า กระทำ นั้น ท่านให้ถือว่าไม่หมายความแต่เฉภาะการที่บุคคลกระทำ ให้หมายความได้ตลอดถึงการละเว้นการ ซึ่งกฎหมายกำชับให้กระทำ แลผลแห่งการที่ละเว้นนั้นด้วย
(2) ผู้ใดกระทำการอันใด ที่ตนมิได้มีอำนาจจะทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ท่านว่าผู้นั้นกระทำมิชอบ
(3) ผู้ใดกระทำการแสวงหาประโยชน์เพื่อตนเองก็ดี เพื่อผู้อื่นก็ดี อันเปนประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แลเกิดเสียหายแก่ผู้อื่นด้วยไซร้ ท่านว่าผู้นั้นกระทำการทุจริต
(4) ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นขาดเสียความชอบธรรมที่เขาควรมีควรได้ ท่านว่าผู้นั้นกระทำการฉ้อโกง
(5) ผู้ใดทำสิ่งของเทียมโดยเจตนาจะให้ผู้อื่นหลงว่าเปนของแท้ ท่านว่าผู้นั้นทำของปลอม
(6) ผู้ใดกระทำการอันใด ซึ่งกฎหมายที่คงใช้อยู่ในเวลานั้น บัญญัติว่าจะต้องถูกทำโทษ ท่านว่าผู้นั้นกระทำความผิด
(7) คำว่า ความผิดต่อส่วนตัว นั้น ท่านหมายความว่า บรรดาความผิดที่จะฟ้องขอให้ศาลพิจารณาทางอาญาได้แต่เมื่อผู้ที่ต้องประทุษฐร้ายหรือเสียหายนั้น ได้มาร้องทุกข์ขอให้ว่ากล่าว
(8) ถ้าบุคคลตั้งแต่สองขึ้นไป สมรู้ด้วยกันเพื่อจะกระทำความผิด ท่านว่าคนเหล่านั้นสมคบกัน
(9) บุคคลเอาทรัพย์หรือประโยชน์อย่างใด ๆ อันมิใช่เปนของที่ต้องให้ตามกฎหมายไปให้แก่เจ้าพนักงาน เพื่อให้เจ้าพนักงานกระทำหรือละเว้นไม่กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในหน้าที่ เช่นนี้ท่านให้ถือว่าเปนการให้สินบน
(10) ทรัพย์ นั้น ท่านหมายความว่า บรรดาสิ่งของอันบุคคลสามารถมีกรรมสิทธิ์ หรือถืออำนาจเปนเจ้าของได้ เปนต้นว่าเงินตรา แลบรรดาสิ่งของอันพึงเคลื่อนจากที่ได้ก็ดี แลเคลื่อนจากที่มิได้ก็ดี ท่านก็นับว่าเปนทรัพย์อันกล่าวมาในข้อนี้
(11) ทางหลวง นั้น ท่านหมายความว่า บรรดาทางบกแลทางน้ำทั่วไป ซึ่งใช้เปนทางสัญจรสำหรับสาธารณชน แลนับรวมตลอดถึงถนนหลวงด้วย
(12) ถนนหลวง นั้น ท่านหมายความว่าที่หรือถนนแลทางบกต่าง ๆ ซึ่งสาธารณชนมีความชอบธรรมที่จะใช้เปนทางสัญจร แลนับรวมตลอดถึงทางรถไฟ แลทางรถรางที่มีรถเตรสำหรับให้คนโดยสานนั้นด้วย
(13) ที่สาธารณสถาน นั้น ท่านหมายความว่า บรรดาที่ต่าง ๆ จะเปนที่มีเคหสถานก็ดี หรือเปนที่ว่างเปล่าก็ดี ซึ่งสาธารณชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้
(14) ที่อาไศรย นั้น ท่านหมายความว่า เคหสถานที่คนอยู่อาไศรย เช่น เรือน โรง เรือ แพ แลซุมรุมเปนต้น แลนับรวมตลอดถึงที่ซึ่งอยู่ในบริเวณเกี่ยวเนื่องกับเคหสถานนั้นด้วย
(15) ศัสตราวุธ นั้น ท่านหมายความว่า เครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบฉลายได้ ถึงสาหัสคือ ปืน ดาบ หอก แหลน หลาว มีด แลตระบองเปนต้น
(16) ที่เรียกว่า ปศุสัตว์ แลสัตว์พาหะนะนั้น ท่านหมายความตลอดถึง ช้าง ม้า โค กระบือ ล่อ แพะ แกะ แลสุกรด้วย
(17) จดหมาย นั้น ท่านหมายความว่า เครื่องหมายแทนถ้อยคำหรือจำนวนเลข ไม่ว่าทำด้วยกิริยาที่ขีดเขียนจาริก หรือพิมพ์ แลถ่ายด้วยวิธีอย่างใด ๆ เครื่องหมายเช่นว่ามานี้ นับว่าจดหมาย
(18) หนังสือ นั้น ท่านหมายความว่า บรรดาจดหมายที่จะใช้เปนพยานแห่งถ้อยคำที่เขียนไว้ในนั้นได้
(19) หนังสือราชการ นั้น ท่านหมายความว่า บรรดาหนังสือที่เจ้าหน้าที่เรียบเรียง หรือรับว่าเปนของแท้ แลหมายความตลอดถึงหนังสือที่เจ้าหน้าที่รับว่าเปนสำเนาอันแท้จริงของหนังสือนั้น ๆ ด้วย
(20) หนังสือสำคัญ นั้น ท่านหมายความว่า บรรดาหนังสือซึ่งเปนสำคัญแก่การตั้งกรรมสิทธิ์หรือหนี้สิน แลบรรดาหนังสือที่เปนหลักฐานแก่การเปลี่ยนแก้ หรือเลิกล้างโอนกรรมสิทธิ์หรือหนี้สินทุกอย่าง
(21) ลายมือ นั้น ท่านหมายความทั้งที่ลงชื่อเปนตัวอักษรแลลงแกงได ลายนิ้วมือเปนเครื่องหมายต่างอักษรชื่อ ซึ่งบุคคลไม่รู้หนังสือเขียนลงไว้ในจดหมายนั้นด้วย
(22) ปีหนึ่ง นั้น ท่านหมายความว่า ระยะเวลาสิบสองเดือน ตามสุริยคติภาคโดยวิธีของรัฐบาล
(23) วันหนึ่ง นั้น ท่านหมายความว่า ระยะเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง
(24) กลางคืน นั้น ท่านหมายความว่า เวลาระหว่างตั้งแต่พระอาทิตย์ตกไป จนพระอาทิตย์ขึ้น
(25) ตอน นั้น ท่านหมายความว่า ส่วนข้อความในมาตราหนึ่ง ที่ตั้งต้นด้วยบรรทัดย่อหน้า
(26) ข้อ นั้น ท่านหมายความว่า ส่วนข้อความในมาตราหนึ่ง ที่ขึ้นต้นด้วยบรรทัดย่อ แลมีเครื่องหมายเปนอักษร หรือเปนเลขกำกับอยู่ข้างหน้า