ผู้ใดจะขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ในหัวเมืองมณฑลใด ให้ทำเรื่องราวตามแบบพิมพ์หลวงยื่นต่อราชโลหกิจ ณ กองราชโลหกิจประจำท้องที่ ถ้าปรากฏว่ากองราชโลหกิจตำบลใดตำบลหนึ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นกองราชโลหกิจประจำท้องที่ จะจัดการเรื่องเหมืองแร่ได้สะดวกกว่ากองราชโลหกิจประจำท้องที่แล้ว เสนาบดีมีอำนาจออกกฎให้ยื่นเรื่องราว ณ กองราชโลหกิจซึ่งไม่ได้ประจำท้องที่นั้นได้ และการยื่นเรื่องราวผู้ขอประทานบัตรต้องปฏิบัติตามข้อความดังจะกล่าวต่อไปนี้ ข้อ 1 ในเวลายื่นเรื่องราว ผู้ยื่นเรื่องราวต้องวางเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้พอกับการที่เจ้าพนักงานจะไปทำการรังวัดถางเขตร์และปักหลักเขตร์ ข้อ 2 ผู้ยื่นเรื่องราวต้องส่งแผนที่แสดงฐานะแห่งที่ดินนั้น และต้องแสดงเนื้อที่เขตร์ที่กว้างยาว และเขตร์ที่ติดต่อให้ชัดเจนเป็นหลักฐานพอสมควร กับทั้งต้องแสดงมาด้วยว่าแร่ที่ขอขุดนั้นเป็นแร่ชนิดใด และจะทำเหมืองในที่ดินรายนั้นโดยวิธีอย่างไร ข้อ 3 ผู้ยื่นเรื่องราวต้องรับผิดชอบในข้อความที่แสดงมาในเรื่องราวและในแผนที่ว่าเป็นความจริงทั้งสิ้น ถ้าหากได้ความภายหลังว่าผู้ยื่นเรื่องราวแสดงความไม่จริงมาอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้ยื่นเรื่องราวต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และถ้าผู้ยื่นเรื่องราวได้แสดงความเท็จมาโดยรู้ว่าเป็นความเท็จแล้ว ถ้าในเมื่อความจริงปรากฏขึ้นผู้ยื่นเรื่องราวได้รับประทานบัตรไปแล้ว รัฐบาลมีอำนาจที่จะเรียกประทานบัตรคืนเสียเพราะเหตุนั้นก็ได้ และผู้นั้นต้องเสียค่าเช่าที่ยังค้างอยู่นั้นเต็ม ผู้นั้นจะเรียกค่าเสียหายอย่างใดแก่รัฐบาลไม่ได้เป็นอันขาด อีกประการหนึ่งการที่ได้ยื่นเรื่องราว วางเงินค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอย่างใด ๆ ไว้นั้น ไม่เป็นเหตุให้ถือว่าผู้ยื่นเรื่องราวมีอำนาจที่จะได้รับประทานบัตรตามที่ได้ขอมานั้น ข้อ 4 ก่อนที่จะออกประทานบัตรให้ผู้ยื่นเรื่องราว เสนาบดีมีอำนาจที่จะให้ผู้ยื่นเรื่องราวแสดงให้เห็นว่ามีทุนพอที่จะทำเหมืองนั้นได้
ฉบับต้นทาง19/02/2461
พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พระพุทธศักราช 2461
มาตรา 21