ฎีกาที่ 3006/2543
ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น (Academic use only)
คำพิพากษาฎีกาในระบบนี้รวบรวมจาก Thai Supreme Court Corpus (TSCC) v0.1 ซึ่งอนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เนื้อหาไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและอาจคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — ผู้ใช้ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ข้อเท็จจริง
แม้คดีนี้ไม่มีเจ้าพนักงานที่ดินมานำสืบว่าที่ดินถูกแพงอย่างไร และมิได้ทำแผนที่พิพาทดังที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 กล่าวอ้าง เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้หลอกลวงให้โจทก์ร่วมซื้อที่ดินที่ติดลำคลองมิใช่ติดถนนสาธารณะในราคาที่สูงมาก ทั้งที่ราคาควรจะต่ำกว่าที่โจทก์ร่วมได้ชำระไปเป็นเงินจำนวนมาก เพราะเป็นที่ดินไม่มีทางออกการสัญจรต้องข้ามคลองเท่านั้น ซึ่งหากโจทก์ร่วมรู้ความจริงก็คงไม่ซื้อที่ดินทั้งสี่แปลง ดังนั้น การที่โจทก์และโจทก์ร่วมไม่มีเจ้าพนักงานที่ดินมานำสืบยืนยันถึงราคาที่ดินก็ดี หรือมิได้ทำแผนที่พิพาทก็ดี ก็หาทำให้คดีโจทก์และโจทก์ร่วมมีพิรุธสงสัย จนต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ แม้ปรากฏว่าได้มีการตกลงซื้อที่ดินคืนก่อนมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และมีการทำสัญญาซื้อคืนและสัญญาค้ำประกันไว้ตามสัญญาจะซื้อที่ดินและสัญญาค้ำประกันเอกสารหมายล. 1 และล. 2 โดยกำหนดซื้อคืน ภายใน 1 ปี ในราคาสูงกว่าเดิม ซึ่งส่วนต่างของราคานี้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 อ้างว่าเป็นการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน และมีการชำระกันแล้วตามเอกสารหมายล. 3 ก็ตาม ก็หาได้ลบล้างการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งมีการหลอกลวงโจทก์ร่วมจนทำให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ไปซึ่งประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองและผู้อื่นอันเข้าลักษณะความผิดฐานฉ้อโกงแต่อย่างใดไม่ ทั้งการซื้อขายที่ดินได้กระทำต่อหน้าเจ้าพนักงานตามแบบนิติกรรมที่แน่นอน แม้มีการให้ผู้ขายซื้อคืนได้ภายใน 1 ปี ในราคาที่สูงกว่าราคาขายเดิมไม่ว่าส่วนต่างนี้จะเป็นดอกเบี้ยหรือไม่ก็ตาม เมื่อโจทก์ร่วมชำระค่าที่ดินไปเพราะถูกหลอกลวง
คำวินิจฉัย
ความเสียหายย่อมเกิดขึ้นนับแต่วันชำระราคาที่ดิน จึงร้องทุกข์ได้แต่บัดนั้นเป็นต้นไป หาจำต้องรอให้ครบ 1 ปี เพื่อดูว่ามีการซื้อขายที่ดินคืน และโจทก์ร่วมขาดทุนจากการขายที่ดินคืนเสียก่อนไม่ ข้อที่จำเลยที่ 2 โอนบ้าน 1 หลังให้โจทก์ร่วม ก็เป็นเพียงการบรรเทาผลร้ายบางส่วนจากการกระทำผิดทางอาญาฐานฉ้อโกง มิใช่การประนีประนอมยอมความที่มีผลทำให้สิทธิในการดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาของโจทก์และโจทก์ร่วมระงับไป จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฉ้อโกง