ฎีกาที่ 7983/2548
ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น (Academic use only)
คำพิพากษาฎีกาในระบบนี้รวบรวมจาก Thai Supreme Court Corpus (TSCC) v0.1 ซึ่งอนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เนื้อหาไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและอาจคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — ผู้ใช้ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ข้อเท็จจริง
จำเลยรู้จักกับบ. มาก่อน จำเลยเป็นฝ่ายชวนบุตรโจทก์ร่วมให้เข้ารับราชการตำรวจโดยบอกว่าจะต้องเสียเงินค่าวิ่งเต้น 100,000 บาท โจทก์ร่วมตกลง จะเห็นได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายชวนบุตรโจทก์ร่วมให้เข้ารับราชการตำรวจ ไม่ใช่โจทก์ร่วมเป็นฝ่ายขอให้จำเลยฝากบุตรโจทก์ร่วมเข้าทำงานดังที่จำเลยอ้าง จำเลยเห็นโจทก์ร่วมมีบุตรชายจึงสอบถามโจทก์ร่วมว่าประสงค์จะให้บุตรชายโจทก์ร่วมเข้ารับราชการตำรวจหรือไม่ อันเป็นการเริ่มวางแผนหลอกลวงโจทก์ร่วมตามที่ได้รับมอบหมายจากพวกของจำเลย หลังจากโจทก์ร่วมตกลงแล้วจำเลยได้พาโจทก์ร่วมและส. บุตรชายไปพบบ. ที่บ้านบ. ก็หลอกลวงโจทก์ร่วมอีกว่าสามารถดำเนินการให้ส. เข้าเรียนโรงเรียนตำรวจได้แต่ต้องเสียเงินเป็นค่าวิ่งเต้นจำนวน 100,000 บาท ซึ่งสอดคล้องกับที่จำเลยบอกโจทก์ร่วมว่าจะเข้ารับราชการตำรวจต้องเสียเงิน 100,000 บาท นอกจากจำเลยจะพาโจทก์ร่วมไปที่บ้านบ. แล้วฝ่ายจำเลยยังได้จดหลักฐานที่ต้องการใช้เข้าโรงเรียนตำรวจให้โจทก์ร่วมเพื่อใช้เข้าเรียน จำเลยเป็นผู้ชักชวนโจทก์ร่วมและเป็นธุระจัดการให้โจทก์ร่วมพบกับบ. มาตลอดทั้งยังจดหลักฐานที่ต้องการให้โจทก์ร่วม หลังจากโจทก์ร่วมมอบเงินให้บ. จำนวน 100,000 บาท ที่ท่ารถพิษณุโลกยานยนต์แล้ว จำเลยยังติดตามมาที่ท่ารถสอบถามโจทก์ร่วมว่ามอบเงินให้บ. ไปแล้วหรือยัง ที่จำเลยอ้างว่าไม่ทราบว่าโจทก์ร่วมมอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้แก่นายบัวหอมจึงไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง หลังจากบ. รับเงินจากโจทก์ร่วมไปแล้วบ. และจำเลยก็ไม่อาจฝากบุตรชายโจทก์ร่วมเข้ารับราชการตำรวจได้ โดยบ. และจำเลยผัดผ่อนเรื่อยมาโดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ เมื่อโจทก์ร่วมให้จำเลยโทรศัพท์ไปหาพันตำรวจโทพ. ที่กรุงเทพมหานคร จำเลยได้โทรศัพท์ไปหาตามคำขอของโจทก์ร่วม ซึ่งจำเลยบอกโจทก์ร่วมว่าไม่ต้องเป็นห่วงติดต่อเรียบร้อยแล้ว แสดงว่าจำเลยรู้จักพันตำรวจโทพ. มาก่อน ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักดังที่จำเลยอ้าง พฤติการณ์ของจำเลยกับพวกเป็นการวางแผนกันมาอย่างดี โดยกำหนดหน้าที่ของแต่ละคนเพื่อหลอกลวงเอาเงินจากโจทก์ร่วม โดยหลอกลวงโจทก์ร่วมว่าจำเลยกับพวกสามารถฝากบุตรของโจทก์ร่วมเข้ารับราชการตำรวจได้แต่ต้องเสียเงินค่าวิ่งเต้นเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งโจทก์ร่วมหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของจำเลยกับพวกและได้มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้จำเลยกับพวกไป ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยไม่ได้รับเงินไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำของนายบัวหอมและพันตำรวจโทพิบูลย์นั้น ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมได้
คำวินิจฉัย
คดีฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานฉ้อโกง