ฎีกาที่ 2348/2525
ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น (Academic use only)
คำพิพากษาฎีกาในระบบนี้รวบรวมจาก Thai Supreme Court Corpus (TSCC) v0.1 ซึ่งอนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาและวิจัยเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ เนื้อหาไม่ใช่คำแปลอย่างเป็นทางการและอาจคลาดเคลื่อนจากต้นฉบับ — ผู้ใช้ควรตรวจสอบจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ข้อเท็จจริง
วันเกิดเหตุจำเลยขับเรือหางยาวพาชายคนร้าย 2 คน ไปที่โรงเรียนปากช่อง ซึ่งผู้ตายเป็นครูอยู่ คนร้ายใช้ปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย หลังจากนั้นคนร้ายกับจำเลยนั่งเรือไปด้วยกันทางบ้านโครกคราม จำเลยมีอาชีพขับเรือรับจ้างเป็นปกติวิสัยของจำเลยอยู่แล้วพ. ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นพยานโจทก์เบิกความรับรองว่า จำเลยเป็นคนดีมีความประพฤติเรียบร้อย ทำมาหากินตามปกติ นอกจากนี้จำเลยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ตาย เมื่อจำเลยพาชาย 2 คนไปถึงโรงเรียน จำเลยก็ไปบอกแก่ว. โดยเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จะมาตรวจโรงเรียน จำเลยอาจเข้าใจโดยสุจริตว่าชาย 2 คนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่จะมาตรวจโรงเรียนจริง แล้วจำเลยก็เดินไปตามผู้ตาย เมื่อผู้ตายออกมาพบกับชายที่จำเลยพามาส่งแล้ว จำเลยก็เดินแยกไปที่บ้านส. ซึ่งอยู่ไกลออกไป 15 เมตร โดยจำเลยไม่ได้มายุ่งเกี่ยวด้วยว. พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อคนร้ายยิงผู้ตายแล้ว คนร้ายได้เรียกจำเลยให้ไปลงเรือขับไปทางตลาดโครกคราม ศาลฎีกาเห็นว่า คนร้ายมีปืนและฆ่าผู้ตายให้เห็นเป็นที่ประจักษ์เช่นนั้น จำเลยย่อมมีความกลัวและไม่กล้าขัดขืน ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยควรจะหลบไปเสียหรือใช้ปืนยิงขู่คนร้ายเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของจำเลยนั้น ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีปืน ถ้าหากจำเลยขัดขืนคนร้ายอาจฆ่าจำเลยเหมือนดั่งที่ได้ฆ่าผู้ตายมาแล้วก็ได้ คดีน่าเชื่อว่า จำเลยขับเรือรับผู้โดยสารไปยังที่เกิดเหตุโดยไม่ทราบว่าเป็นคนร้ายไปฆ่าผู้ตาย และหลังจากเกิดเหตุแล้วจำเลยจำต้องขับเรือไปส่งคนร้ายด้วยความจำเป็น เพราะอยู่ภายใต้อำนาจของคนร้าย ซึ่งจำเลยไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือขัดขืนได้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 67(1) ดังจะเห็นได้ว่า เมื่อจำเลยขับเรือไปส่งคนร้ายที่บ้านโครกครามแล้ว จำเลยได้ไปแจ้งความแก่ว. ผู้ใหญ่บ้านทันที ซึ่งว. ก็มาเป็นพยานยืนยันในข้อนี้ และจำเลยไม่ได้หลบหนีไปไหน ยอมให้ตำรวจจับกุมโดยดี ถ้าจำเลยร่วมกระทำผิดด้วยก็คงจะหลบหนีไปพร้อมกับคนร้ายแล้ว
คำวินิจฉัย
จำเลยจึงไม่ต้องรับโทษ เพราะกระทำความผิดด้วยความจำเป็น