ฎีกาที่ 3119/2568
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดย ประมาท เป็นเหตุให้ ด. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ ด. ผู้ตาย ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ด. และจำเลยต่างมีส่วนขับรถโดย ประมาท เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน จึงรับฟังได้ว่า ด. มิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจึงไม่มีอำนาจจัดการแทน ด. ผู้ตาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามมาตรา 5 (2) แต่โจทก์มิได้ยื่นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีเพียงจำเลยเท่านั้นที่ฎีกาว่า เหตุเกิดจากความ ประมาท ของ ด. แต่เพียงผู้เดียว จึงเป็นฎีกาเพื่อให้เปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดังนั้น การวินิจฉัยฎีกาของจำเลยย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบุตรของนายแดง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2562 เวลากลางวัน จำเลยขับรถกระบะไปตามถนนจตุรทิศขาออก มุ่งหน้าถนนอโศกดินแดง ขณะมาถึงจุดเกิดเหตุได้เฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่นายแดงขับ เป็นเหตุให้นายแดงได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษในความผิดฐานขับรถโดย ประมาท หรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน และฐานกระทำโดย ประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส โจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการในคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 นายแดงถึงแก่ความตายด้วยสาเหตุปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอแก้เพิ่มเติมฟ้องในคดีของศาลชั้นต้นว่า จำเลยกระทำโดย ประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้แก้เพิ่มเติมฟ้องและพิพากษายกฟ้อง โดยให้พนักงานอัยการโจทก์นำคดีไปฟ้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษา ส่วนคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่านายแดงและจำเลยต่างมีส่วนขับรถโดย ประมาท เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน นายแดงจึงมิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนนายแดงผู้ตาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามมาตรา 5 (2) โจทก์มิได้ฎีกาว่า เหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความ ประมาท ของจำเลยแต่เพียงฝ่ายเดียว นายแดงจึงเป็นผู้เสียหาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานย่อมมีอำนาจจัดการแทนนายแดงผู้ตายและมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง คงมีเพียงจำเลยเท่านั้นที่ฎีกา ข้อเท็จจริงจึงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า นายแดงผู้ตายมีส่วนกระทำโดย ประมาท เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยสมควรรับวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำโดย ประมาท เป็นเหตุให้นายแดง บิดาโจทก์ถึงแก่ความตาย โจทก์เป็นผู้สืบสันดานของนายแดงผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โดยให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า นายแดงและจำเลยต่างมีส่วนขับรถโดย ประมาท เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกัน จึงรับฟังได้ว่านายแดงมิได้เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสันดานจึงไม่มีอำนาจจัดการแทนนายแดงผู้ตาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ได้ตามมาตรา 5 (2) แต่โจทก์มิได้ยื่นฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คงมีเพียงจำเลยเท่านั้นที่ฎีกาว่า เหตุที่รถเฉี่ยวชนกันมิใช่เพราะจำเลยและนายแดงต่างขับรถด้วยความ ประมาท ด้วยกัน แต่เกิดจากความ ประมาท ของนายแดงแต่เพียงฝ่ายเดียว จึงเป็นฎีกาเพื่อให้เปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดังนั้น การวินิจฉัยฎีกาของจำเลยย่อมไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมาไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3119/2568 นาย พ. โจทก์ นาย ร. จำเลย ป.วิ.พ. ม. 225 วรรคหนึ่ง , ม. 252 ป.วิ.อ. ม. 2 (4)