ฎีกาที่ 7422/2568
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 6
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 6 ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น (1) สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำคว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 14
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 14 การจับกุมหรือการแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 6 หรือตามมาตรา 8 ต้องได้รับอนุมัติจากเลขาธิการก่อน และเมื่อดำเนินการตามที่ได้รับอนุมัติแล้ว ให้รายงานให้เลขาธิการทราบทั...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 100/1
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100/1 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและปรับให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ โดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ถ้าศา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3
พ.ศ. 2564 · effective_date
มาตรา 3 บทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 16
พ.ศ. 2564 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 16 คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิตเมื่อไม่มีการอุทธรณ์คำพิพากษา ให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนและคำพิพากษาไปยังศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 245 แห่งประมวลกฎหมายวิธี...
ย่อสั้น
ป. ยาเสพติด มาตรา 129 เป็นบทกฎหมายที่บัญญัติองค์ประกอบความผิดขึ้นใหม่ที่ใช้ในกรณีที่การกระทำไม่ถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แต่เป็นเพียงการเปิดบัญชีธนาคารโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด เท่านั้น หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ซึ่ง ป. ยาเสพติด ยังคงบัญญัติให้การกระทำความผิดฐานดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด โดยจำเลยต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 6, 14 พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3, 7, 60 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 86, 83, 91 และบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่อ 952/2562 ของศาลแขวงดอนเมือง เข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (2), 7 (1), 60 จำเลยกระทำความผิดโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ก่อนหรือขณะกระทำความผิด จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 1,000,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้บวกโทษของจำเลยนั้น เนื่องจากศาลลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต จึงไม่อาจบวกโทษได้ ข้อหาและคำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 16 ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) ประกอบมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (2), 7 (1), 60 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) ประกอบมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) เพียงกรรมเดียว จำคุก 30 ปี และปรับ 1,000,000 บาท บวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่อ 952/2562 ของศาลแขวงดอนเมือง เป็นจำคุก 30 ปี 2 เดือน และปรับ 1,000,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ยาเสพติด วินิจฉัยว่า ความผิดฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือการฟอกเงินและการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยมีว่า การที่ศาลอุทธรณ์ระวางโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 129 เป็นบทกฎหมายที่บัญญัติองค์ประกอบความผิดขึ้นใหม่ที่ใช้ในกรณีที่การกระทำนั้นไม่ถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิด แต่เป็นเพียงการเปิดบัญชีธนาคารโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด เท่านั้น หากการเปิดบัญชีธนาคารนั้นถึงขนาดเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก็เป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 129 สำหรับคดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยฐานสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ซึ่งประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ยังคงบัญญัติให้การกระทำความผิดฐานดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) จำเลยจึงเป็นผู้สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด โดยจำเลยต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการ ส่วนปัญหาว่าจะปรับบทกำหนดโทษตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด วรรคใดนั้น เมื่อบทกำหนดโทษตามมาตรา 145 บัญญัติให้ศาลกำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์หรือบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ ดังนี้การพิจารณาว่าจะระวางโทษจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามมาตรา 145 วรรคใด จึงต้องพิจารณาถึงพฤติการณ์หรือบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดของตัวการเป็นสำคัญ คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า นายสุรเดช ขายเมทแอมเฟตามีนของกลาง 1 ถุง น้ำหนักสุทธิ 38.014 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 31.491 กรัม ให้แก่นายปิยะพงษ์ โดยนายสุรเดชใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่จำเลยให้ไว้ติดต่อกับนายปิยะพงษ์ และให้นายปิยะพงษ์โอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนโดยใช้บัญชีธนาคาร ก. ของนายชยพล เข้าบัญชีธนาคารของนายสิทธิโชค แล้วนายสุรเดชให้นายสิทธิโชคโอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนเข้าบัญชีธนาคารของจำเลย ซึ่งเป็นการสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และการกระทำของนายสุรเดชเป็นการมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วย โดยจำเลยสนับสนุนหรือช่วยเหลือในการกระทำความผิดของนายสุรเดช ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีดังกล่าวยังไม่อาจบ่งชี้ถึงการกระทำของนายสุรเดชว่าเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปได้ แต่อย่างไรก็ตามปริมาณเมทแอมเฟตามีนของกลางที่มีจำนวนมากย่อมแสดงถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของนายสุรเดชด้วย เมื่อพิจารณาประกอบข้อเท็จจริงที่ว่านายสุรเดชขายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้นายปิยะพงษ์ เชื่อว่านายปิยะพงษ์ต้องนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปจำหน่ายให้แก่บุคคลอื่นอีกทอดหนึ่ง ซึ่งหากมีการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางแล้วโดยสภาพย่อมทำให้เกิดการแพร่กระจายเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่ผู้เสพเป็นจำนวนมาก เช่นนี้ พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของนายสุรเดชจึงเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสองล้านบาท การกระทำของจำเลยจึงต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) มิใช่ความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เมื่อโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสาม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท หรือประหารชีวิต แตกต่างกับโทษตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด และโทษตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด เป็นคุณมากกว่า จึงต้องใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ซึ่งเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยไม่ว่าในทางใดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 และศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ให้สอดคล้องกับกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณและเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี ทั้งการที่ศาลฎีกาปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งเป็นเหตุฉกรรจ์มิใช่เป็นการใช้กฎหมายที่ไม่ได้บัญญัติในขณะจำเลยกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยอันขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 หรือเป็นผลร้ายแก่จำเลยแต่อย่างใด เพราะเป็นกรณีที่ศาลฎีกาใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จำเลย เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ขณะที่พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 , 66 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดใช้บังคับ แม้ภายหลังกระทำความผิดมีประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ใช้บังคับแทนก็ตาม แต่ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ไม่ได้ยกเลิกความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายแต่นำไปรวมไว้เป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ดังนั้น การมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 จึงยังคงเป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 เมื่อระวางโทษตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับระวางโทษตามกฎหมายที่ใช้ในภายหลังกระทำความผิด ซึ่งต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณบังคับแก่จำเลย เช่นนี้ แม้ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดในเหตุฉกรรจ์ที่จะทำให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้นตามกฎหมายใหม่ และโจทก์มีคำขอท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 , 66 ซึ่งเป็นกฎหมายเดิมที่ใช้ในขณะกระทำความผิด กับไม่มีการสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาอันเป็นองค์ประกอบความผิดในเหตุฉกรรจ์ตามกฎหมายใหม่แก่จำเลยก็ตาม แต่เมื่อศาลฎีกาปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) โดยใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย จึงมิใช่เป็นการพิพากษาเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสอง (2) ประกอบมาตรา 125 วรรคหนึ่ง (1) จำคุก 20 ปี และปรับ 1,000,000 บาท บวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่อ952/2562 ของศาลแขวงดอนเมือง เป็นจำคุก 20 ปี 2 เดือน และปรับ 1,000,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7422/2568 พนักงานอัยการจังหวัดรัตนบุรี โจทก์ นาย ณ. จำเลย ป.ยาเสพติด ม. 90 , ม. 125 วรรคหนึ่ง (1) , ม. 129 , ม. 145 วรรคสอง (2)