ฎีกาที่ 6887/2568
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 3
พ.ศ. 2534 · approved_timeline_selection
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติด” หมายความว่า ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ และยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดใ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2534 · approved_timeline_selection
มาตรา 4 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม*รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงแล...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 5
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 5 ผู้ใดกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จะกระทำนอกราชอาณาจักรผู้นั้นจะต้องรับโทษในราชอาณาจักร ถ้าปรากฏว่า (1) ผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทยหรือมี...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 8
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 8 ผู้ใดสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 10
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 10 กรรมการหรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาลหรือสภาท้องถิ่นอื่น ข้าราชกา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 12
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 12 การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่า สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่าง...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ (1) ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocai...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา (1) ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่า ยาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใดตามมาตรา 7 (2) เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงชื...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่รัฐมนตรีได้อนุญาตเฉพาะในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การขออนุญาตและกา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 65 ผู้ใดผลิต นำเข้า หรือส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 15 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งล้านบาทถึงห้าล้านบาท ถ้า...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 66 ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ หรือมีจำนวนหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงป...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 100
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 100 กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือข้าราชการหรือพนักงานองค์การหรือหน่วยงานของรัฐผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 100/1
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100/1 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและปรับให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ โดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ถ้าศา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3
พ.ศ. 2564 · effective_date
มาตรา 3 บทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยศาลเยาวชนและครอบครัวและว...
ย่อสั้น
จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ซึ่งต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดโดยกฎหมายใหม่ตาม ป. ยาเสพติด มาตรา 180 ยังคงบัญญัติให้ระวางโทษพนักงานรัฐวิสาหกิจที่กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งคำว่า "โทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น" คือ โทษตาม ป. ยาเสพติด ซึ่งเป็นคุณกว่ากฎหมายเดิม แต่อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 12 บัญญัติว่า "การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี" แตกต่างจาก ป. ยาเสพติด มาตรา 180 ซึ่งไม่ได้กำหนดโทษจำคุกขั้นสูงสุดไว้ ดังนั้น ทั้งกฎหมายเดิมและกฎหมายใหม่ต่างมีส่วนที่เป็นคุณและโทษอยู่ด้วย จึงต้องนำมาปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 เฉพาะในส่วนที่เป็นคุณระคนปนกันไป ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100, 100/1, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 4, 5, 8, 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 65 วรรคสอง, 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 8 วรรคสอง, 10 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันนำเข้าซึ่ง 3,4- เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายเพียงบทเดียว จำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต และปรับ 3,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าได้เฉพาะแต่โทษปรับ จำคุกจำเลยที่ 2 ตลอดชีวิต และปรับ 9,000,000 บาท คำให้การของจำเลยทั้งสองในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 2,000,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 6,000,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2), 127 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด ฐานร่วมกันนำเข้า 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป และฐานร่วมกันจำหน่าย 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 แต่ละบทมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันนำเข้า 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปเพียงบทเดียว ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,500,000 บาท ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 4,500,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 1,000,000 บาท คงปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 3,000,000 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 1,000,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 3,000,000 บาท ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของกลางทั้งสองเครื่อง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดี ยาเสพติด วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติโดยคู่ความไม่ได้โต้เถียงว่า เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2563 เจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด (เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.) สำนักปราบปราม ยาเสพติด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร ส่วนบริการศุลกากรไปรษณีย์ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ และพนักงานศูนย์ไปรษณีย์กรุงเทพ หัวลำโพง ตรวจสอบพัสดุไปรษณีย์ต้องสงสัยที่ส่งจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 จ่าหน้าชื่อผู้ส่ง M ชื่อผู้รับ P ที่อยู่เลขที่ 253 พบว่าเป็น 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน 720 เม็ด บรรจุในถุงช็อกโกแลต ยี่ห้อเอ็มแอนด์เอ็ม จึงวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิดโดยได้รับอนุญาตให้ครอบครอง ยาเสพติด ภายใต้การควบคุมแล้ว จากนั้นวันที่ 11 มีนาคม 2563 มีการนำพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวเข้าระบบและให้พนักงานไปรษณีย์นำใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ไปส่งตามที่อยู่จ่าหน้าซึ่งเป็นบ้านพักพนักงานรถไฟ แต่ไม่มีผู้พักอาศัย ต่อมาวันที่ 12 มีนาคม 2563 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา จำเลยที่ 1 นำใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ ไปติดต่อรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวที่ทำการไปรษณีย์ลำปาง จึงถูกเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ซุ่มดูอยู่จับกุม จำเลยที่ 1 ให้ถ้อยคำว่า จำเลยที่ 2 วานให้ตนมารับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวแทน เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จึงติดตามไปจับกุมจำเลยที่ 2 ได้ในวันเดียวกัน และยึด 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว กับโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของจำเลยที่ 1 และโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของจำเลยที่ 2 เป็นของกลาง 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลาง น้ำหนักสุทธิ 348.590 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 158.608 กรัม ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตำแหน่งพนักงานบริหารงานทั่วไป 5 สังกัดแขวงรถจักรลำปาง กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ ศูนย์ลากเลื่อน ฝ่ายการช่างกล การรถไฟแห่งประเทศไทย พักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 251 ซึ่งอยู่ติดกับบ้านเลขที่ 253 ตามที่จ่าหน้าพัสดุ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ด้วยการซื้อ จัดหาประสานงานลำเลียงมีไว้ในครอบครองและจัดจำหน่ายซึ่ง 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน จำเลยทั้งสองกับพวกร่วมกันนำ 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน 720 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 158.608 กรัม เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยพวกของจำเลยทั้งสองซุกซ่อนในถุงช็อกโกแลตและส่งทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศจากต้นทางเมืองแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีถึงปลายทาง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองดังกล่าวโดยโจทก์มีนายภาสกร และว่าที่ร้อยเอกสัณฑธรรม เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ร่วมจับกุมจำเลยทั้งสองมาเป็นพยานเบิกความในเรื่องการที่พัสดุไปรษณีย์ซึ่งซุกซ่อน 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมายังราชอาณาจักร และต่อมาจำเลยที่ 1 เข้ามาเกี่ยวข้องโดยเป็นผู้มารับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าว ย่อมถือได้ว่าโจทก์ได้นำสืบให้เห็นแล้วว่าจำเลยที่ 1 มีส่วนเกี่ยวข้องในการสมคบกันกระทำความผิดตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาโต้เถียงว่า ในวันที่ 11 มีนาคม 2563 จำเลยที่ 1 ไปบ้านของจำเลยที่ 2 เพื่อนำไข่มดแดงไปมอบให้นางสาวนุ้ยคู่รักของจำเลยที่ 2 แต่พบใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่หน้าบ้านจำเลยที่ 2 ซึ่งอยู่ติดบ้านเลขที่ 253 จำเลยที่ 1 จึงนำไปส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 รับว่าพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวน่าจะส่งมาผิดความจริงจะส่งให้แก่จำเลยที่ 2 และไหว้วานให้จำเลยที่ 1 ไปรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวแทนซึ่งในการไปรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าว จำเลยที่ 1 ไม่รู้ว่าภายในซุกซ่อน 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนไว้เพราะพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวถูกห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิด เมื่อเจ้าพนักงานเข้าควบคุมตัวจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ก็ไม่มีท่าทีเป็นพิรุธ และให้การปฏิเสธในทันทีว่าพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 2 ไหว้วานให้จำเลยที่ 1 ไปรับ ทั้งว่าที่ร้อยเอกสัณฑธรรมพยานโจทก์ก็ตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านว่าจำเลยที่ 1 ให้ความร่วมมือในขณะจับกุมไม่ได้มีท่าทีขัดขืน อีกทั้งจำเลยที่ 1 ก็ให้การปฏิเสธในชั้นสอบสวนโดยมีรายละเอียดเช่นเดียวกับชั้นจับกุม จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 รู้ว่าพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวมี 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนอยู่ พยานหลักฐานโจทก์จึงมีความสงสัยว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 ยอมรับเองว่าเป็นผู้นำใบแจ้งให้ไปรับของส่งทางไปรษณีย์ดังกล่าวจากหน้าบ้านไปมอบให้แก่จำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 1 มิได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านดังกล่าว ตามปกติวิสัยของบุคคลทั่วไปย่อมไม่ถือวิสาสะนำใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์ที่ไม่ใช่ของตนไปส่งมอบให้แก่บุคคลอื่น ทั้งเมื่อพิจารณาถึงชื่อและที่อยู่ตามที่ระบุไว้หน้าพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวก็ปรากฏว่าเป็นชื่อของผู้หญิงโดยเขียนเป็นภาษาอังกฤษและระบุว่าบ้านเลขที่ 253 ในข้อนี้จำเลยที่ 1 เองก็รู้ว่าชื่อของผู้รับไม่ตรงกับชื่อของจำเลยที่ 2 และบ้านเลขที่ 253 ก็ไม่ใช่บ้านของจำเลยที่ 2 แต่จำเลยที่ 1 กลับไปรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าว ซึ่งเป็นข้อผิดวิสัยของบุคคลทั่วไปที่จะรับดำเนินการให้ตามที่ถูกไหว้วาน เพราะจำเลยที่ 2 ก็สามารถไปรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวด้วยตนเองได้อยู่แล้ว ทั้งปรากฏในบันทึกจับกุม และข้อเท็จจริงในคำให้การของพยานโจทก์ปากว่าที่ร้อยเอกสัณฑธรรมว่า ขณะเข้าจับกุม จำเลยที่ 1 มีอาการตกใจ อันเป็นการแสดงพิรุธให้เห็นว่า จำเลยที่ 1 รู้ว่าพัสดุไปรณีย์ดังกล่าวมี 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนอยู่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้เถียงว่า คำให้การชั้นจับกุม คำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความในชั้นพิจารณาของจำเลยที่ 1 เป็นพยานบอกเล่ามีพิรุธและมีเนื้อหารายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดคดีนี้แตกต่างกันไม่สมควรเชื่อนั้น เห็นว่า เมื่อพิจารณาคำให้การชั้นจับกุม คำให้การชั้นสอบสวน และคำเบิกความของจำเลยที่ 1 แล้วมีรายละเอียดสอดคล้องกันหามีพิรุธหรือมีเนื้อหารายละเอียดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดแตกต่างกันดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกามาไม่ ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาโต้เถียงว่า ความจริงจำเลยที่ 1 เป็นผู้ประสงค์ไปรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวเอง โดยจำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกระทำความผิดด้วย จำเลยที่ 2 มอบใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของส่งทางไปรษณีย์เพื่อให้จำเลยที่ 1 นำไปคืนพนักงานไปรษณีย์นั้น เห็นว่า ตามบันทึกคำให้การชั้นจับกุมและคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้การยืนยันมาโดยตลอดว่าเป็นผู้ไหว้วานให้จำเลยที่ 1 ไปรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 เพิ่งยกข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ไปรับพัสดุไปรษณีย์ดังกล่าวด้วยตนเองไม่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ในชั้นพิจารณา ซึ่งคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 ให้การภายหลังเกิดเหตุเพียง 1 วัน ย่อมไม่มีเวลาคิดปรุงแต่งเรื่องราวหากไม่ใช่ความจริง ส่วนคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ในชั้นพิจารณานั้น จำเลยที่ 2 มาเบิกความภายหลังเกิดเหตุหลายเดือนย่อมมีเวลาคิดปรุงแต่งเรื่องราวขึ้นมาเพื่อปฏิเสธให้ตนพ้นผิด เชื่อว่าคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 2 เป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ในชั้นพิจารณา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้างต้นฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อต่อไปมีว่า ความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษมานั้นถูกต้องหรือไม่ เห็นว่า บทกำหนดโทษตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 บัญญัติให้ศาลกำหนดโทษหนักเบาตามพฤติการณ์หรือบทบาทหน้าที่ในการกระทำความผิดเป็นสำคัญ คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันนำ 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน 720 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิได้ 158.608 กรัม เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่าย ซึ่งพฤติการณ์แห่งคดีไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองว่าเป็นการก่อให้เกิดผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่ตามปริมาณ 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนของกลางที่มีจำนวนดังกล่าว ย่อมแสดงถึงพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองด้วย หากจำเลยทั้งสองจำหน่าย 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวออกไปโดยสภาพและพฤติการณ์ย่อมก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (2) ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงสองล้านบาท อันเป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองมากกว่ากฎหมายเดิม ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสาม (2) มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้น จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ซึ่งต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด โดยกฎหมายใหม่ตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 180 ยังคงบัญญัติให้ระวางโทษพนักงานรัฐวิสาหกิจที่กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติด เป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดเช่นเดียวกัน ซึ่งคำว่า "โทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น" ก็คือโทษตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ซึ่งเป็นคุณกว่ากฎหมายเดิม อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 12 บัญญัติว่า "การกำหนดโทษจำคุกที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 9 มาตรา 10 หรือมาตรา 11 ให้กำหนดโทษจำคุกอย่างสูงที่สุดได้ไม่เกินห้าสิบปี" แตกต่างจากประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 180 ซึ่งไม่ได้กำหนดโทษจำคุกขั้นสูงสุดไว้ ดังนั้น ทั้งกฎหมายเดิมและกฎหมายใหม่ต่างมีส่วนเป็นคุณและเป็นโทษอยู่ด้วย จึงต้องนำมาปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 เฉพาะในส่วนที่เป็นคุณระคนปนกันไป ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางทั้งสองเครื่องพร้อมซิมการ์ดเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษซึ่งจะต้องริบหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยทั้งสองใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางทั้งสองเครื่องติดต่อกันโดยมีข้อความในแอปพลิเคชันไลน์เกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษ จึงฟังได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางทั้งสองเครื่องเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษจึงต้องริบ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของกลางมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสอง (2), 127 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เฉพาะจำเลยที่ 2 ประกอบประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 180 และพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10, 12 ให้ลงโทษฐานร่วมกันนำเข้า 3,4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนเพียงบทเดียว ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี และปรับ 1,500,000 บาท ให้จำคุกจำเลยที่ 2 โดยระวางโทษเป็นสามเท่า เป็นจำคุก 50 ปี และปรับ 4,500,000 บาท ลดโทษให้จำเลยทั้งสองหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน และปรับ 1,000,000 บาท คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน และปรับ 3,000,000 บาท ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่พร้อมซิมการ์ดของกลางทั้งสองเครื่อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6887/2568 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาว พ. กับพวก จำเลย ป.ยาเสพติด ม. 90 , ม. 145 วรรคสอง (2) , ม. 127 , ม. 180 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 10 , ม. 12