ฎีกาที่ 8824/2568
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ร้องถึงแก่ความตายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 ทนายผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้จำเลยส่งเงินคืนเจ้าพนักงาน บังคับคดี วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ทนายผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง รวมทั้งดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ด้วยตนเองตลอดมา แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ผู้ร้องถึงแก่ความตายเป็นระยะเวลากว่า 7 ปี ทนายผู้ร้องดำเนินคดีโดยไม่ได้ติดต่อหรือขอคำปรึกษาหรือแจ้งเรื่องที่ดำเนินการไปให้ทายาทของผู้ร้องทราบเลย ซึ่งเป็นเรื่องผิดวิสัยของผู้เป็นทนายความ นอกจากนี้ ส. และ ท. รวมทั้งทายาทอื่นของ ล. ต่างก็มิได้ร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่ความตายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเป็นเพราะเหตุใด ถือได้ว่าเป็นการล่วงพ้นระยะเวลาที่ตัวแทนหรือทนายผู้ร้องจะจัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของผู้ร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 828 ทนายผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้องต่อไป
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 1,560,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้ บังคับคดี ต่อมาเจ้าพนักงาน บังคับคดี ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 44249 มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และขายทอดตลาดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2546 โดยนายเธียร เป็นผู้ซื้อได้ในราคา 16,100,000 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งและหมายแจ้งให้จำเลยนำเงินดังกล่าวคืนแก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี จังหวัดพังงา สาขาตะกั่วป่า เพื่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี นำส่งเงินดังกล่าวไปยังศาลจังหวัดภูเก็ต หากจำเลยเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าจำเลยตกเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกา และขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี เพื่อ บังคับคดี ในหนี้เงินดังกล่าวกับจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 573/2544 ของศาลจังหวัดภูเก็ต มิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยในคดีนี้ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว ผู้ร้องต้องไปดำเนินการในคดีดังกล่าว มิใช่คดีนี้ ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาแล้วพิพากษากลับ ให้รับคำร้องของผู้ร้องฉบับลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 ไว้ไต่สวนและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่งใหม่ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ศาลชั้นต้นไต่สวนพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้อง ค่าขึ้นศาลมีเพียง 200 บาท จึงไม่คืนให้ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของทนายผู้ร้องว่า ทนายผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่จัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องแต่งตั้งนายวินัย เป็นทนายผู้ร้องวันที่ 6 มิถุนายน 2551 ผู้ร้องถึงแก่ความตายวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 จากนั้นวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 นายประดิษฐ์ น้องชายของผู้ร้องยื่นคำร้องขอคัดคำสั่งศาล คำพิพากษา เอกสารเกี่ยวกับการ บังคับคดี เอกสารการรับเงิน และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการขายทอดตลาด เพื่อใช้ประกอบเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากนายสุชาติ และนางสาวทิพย์ฤทัย ขอเพิกถอนผู้ร้องจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเหลือโดยไม่ได้ระบุถึงการตายของผู้ร้อง ซึ่งศาลจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งตั้งบุคคลทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายเหลือร่วมกับผู้ร้องแล้ว ตามคำสั่งคดีหมายเลขแดงที่ 64/2546 ของศาลจังหวัดภูเก็ตและบัญชีเครือญาติแนบท้ายคำร้อง ต่อมาวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 ทนายผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้จำเลยส่งเงินคืนเจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นคดีนี้ และเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ทนายผู้ร้องก็ได้อุทธรณ์คำสั่ง รวมทั้งดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ด้วยตนเองตลอดมา แสดงให้เห็นว่าตั้งแต่ผู้ร้องถึงแก่ความตายเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน อันเป็นระยะเวลากว่า 7 ปีแล้ว ทนายผู้ร้องดำเนินคดีโดยไม่ได้ติดต่อหรือขอคำปรึกษาหรือแจ้งเรื่องที่ดำเนินการไปให้ทายาทของผู้ร้องทราบเลย ซึ่งเป็นเรื่องผิดวิสัยของผู้เป็นทนายความ นอกจากนี้นายสุชาติและนางสาวทิพย์ฤทัยรวมทั้งทายาทอื่นของนายเหลือต่างก็มิได้ร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ร้องถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 โดยไม่ปรากฏเหตุผลว่าเป็นเพราะเหตุใด ถือได้ว่าเป็นการล่วงพ้นระยะเวลาที่ตัวแทนหรือทนายผู้ร้องจะจัดการดำเนินคดีเพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 828 แล้ว ทนายผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้องต่อไป เมื่อปรากฏว่าทนายผู้ร้องยื่นคำร้องคดีนี้วันที่ 9 พฤษภาคม 2565 ตลอดจนยื่นคำร้องอุทธรณ์ คำสั่งวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากที่ทนายผู้ร้องหมดอำนาจแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8824/2568 นาง จ. โดยนาย ม. ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นาย ด. ผู้ร้อง นางสาว ป. จำเลย ป.พ.พ. ม. 828 ป.วิ.พ. ม. 42 , ม. 60