ฎีกาที่ 3888/2563
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
คดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐาน ฉ้อโกง ประชาชน ส่วนคดีนี้ศาลล่างพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี ป.อ. มาตรา 343 วรรคแรก (เดิม) ถึงแม้ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐาน ฉ้อโกง ประชาชนอันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 343 วรรคแรก (เดิม) ด้วย แต่ศาลลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองคนหางานโดยเฉพาะ มิได้ลงโทษและกำหนดโทษจำเลยในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แต่อย่างใด ฉะนั้น ในกรณีเช่นนี้จะเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งเพราะได้กระทำความผิดซ้ำในอนุมาตราเดียวกัน ตาม ป.อ. มาตรา 93 (13) ไม่ได้ ต้องเพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 และถึงแม้คดีนี้ โจทก์จะขอเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมาก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอของโจทก์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 93, 341, 343 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 3, 14 (1) ให้จำเลยคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายทั้งสองคนละ 50,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามกฎหมาย และนับโทษจำคุกคดีนี้ต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3292/2561 หมายเลขแดงที่ อ.3564/2561 หมายเลขดำที่ อ.3710/2561 หมายเลขดำที่ อ.3882/2561 หมายเลขดำที่ อ.52/2562 หมายเลขดำที่ อ.162/2562 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงานฯ (ที่ถูก และคุ้มครองคนหางานฯ) พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงานฯ (ที่ถูก และคุ้มครองคนหางานฯ) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 3 ปี ส่วนที่โจทก์ขอเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 อันเป็นการขอเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งเพราะกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา เมื่อศาลลงโทษจำเลยบทหนักตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงานฯ (ที่ถูก และคุ้มครองคนหางานฯ) ซึ่งเป็นกฎหมายบทหนัก จึงไม่อาจเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ได้ แต่ให้เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3292/2561 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3564/2561 ของศาลชั้นต้น กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 50,000 บาท แก่ผู้เสียหาย (ที่ถูก ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายทั้งสองคนละ 50,000 บาท) คำขอนับโทษต่อในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.3710/2561, อ.3882/2561, อ.52/2562 และ อ.162/2562 ของศาลชั้นต้น ให้ยกเนื่องจากศาลชั้นต้นยังไม่มีคำพิพากษา โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (13) เป็นจำคุก 4 ปี 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ลงโทษจำคุก 1 ปี ฐาน ฉ้อโกง ประชาชน ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1022/2557 คดีถึงที่สุดแล้ว คดีนี้โจทก์ขอเพิ่มโทษจำคุกเพราะจำเลยกลับมากระทำความผิดซ้ำในอนุมาตราเดิมภายใน 3 ปี นับแต่วันพ้นโทษคดีแรก จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอเพิ่มโทษและนับโทษต่อ ตามคำให้การลงวันที่ 31 มกราคม 2562 แม้จำเลยหลบหนียังไม่ได้เริ่มรับโทษจำคุกในคดีแรกก็ดี แต่ขณะโจทก์ฟ้องคดีนี้หมายจับคดีแรกยังไม่ขาดอายุความ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำความผิดอีกในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ เข้าเกณฑ์เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำเลยอีกกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 นั้น เห็นว่า ในคดีก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐาน ฉ้อโกง ประชาชน ส่วนคดีนี้ศาลล่างพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก (เดิม) ถึงแม้ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐาน ฉ้อโกง ประชาชนอันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก (เดิม) ด้วย แต่ศาลลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 91 ตรี อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองคนหางาน โดยเฉพาะมิได้ลงโทษและกำหนดโทษจำเลยในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์แต่อย่างใด ฉะนั้น ในกรณีเช่นนี้จะเพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งเพราะได้กระทำความผิดซ้ำในอนุมาตราเดียวกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (13) ไม่ได้ ต้องเพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และถึงแม้คดีนี้ โจทก์จะขอเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมาก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่ง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า ศาลลงโทษจำเลยเกินกว่าโทษที่จำเลยต้องรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 หรือไม่ เห็นว่า ตามฎีกาของจำเลยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า คดีเหล่านั้นมีความเกี่ยวพันกับคดีนี้อย่างไร ในอันที่จะวินิจฉัยว่าจะต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (2) หรือไม่ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาแก้เป็นว่าให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 92 เป็นจำคุก 4 ปี เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3888/2563 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย ช. จำเลย ป.อ. ม. 92 , ม. 93 (13) , ม. 343 วรรคแรก (เดิม) พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 ม. 91 ตรี