ฎีกาที่ 3622/2562
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 29
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 29 บรรดาทรัพย์สินซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 27 วรรคหนึ่งนั้น ให้ศาลไต่สวน หากคดีมีมูลว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ศ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 31
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบตามมาตรา 29 และมาตรา 30 ให้ตกเป็นของกองทุน
ย่อสั้น
เหตุผลในการประกาศใช้ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 คือ เพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดตามกฎหมายดังกล่าวขึ้นโดยเฉพาะ ตามที่ปรากฏในหมายเหตุท้าย พ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรการริบทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 จึงมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพในการริบทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ได้กว้างขวางกว่าที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายฉบับอื่น และยังเปลี่ยนแปลงปลายทางของทรัพย์สินเหล่านี้ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด ให้โทษได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น อันเป็นประโยชน์ต่อการปราบปราม ยาเสพติด ของประเทศ โดยมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้ทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบ ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ดังนั้น เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ริบทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด แล้ว ทรัพย์สินดังกล่าวย่อมตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ในทันที โดยมิต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นต้องตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด เพิ่มเติมอีก ส่วนการเปลี่ยนแปลงชื่อบัญชีเงินฝากของธนาคารไปเป็นชื่อของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด นั้น เป็นเรื่องของการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ซึ่งต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว และระยะเวลาในการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุนเช่นว่ามานี้ ไม่ใช่เรื่องของกำหนดอายุความไม่ว่าจะเป็นในทางแพ่งหรือทางอาญา จึงไม่ตกอยู่ในกำหนดอายุความทั่วไป 10 ปี
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 และศาลชั้นต้นให้ริบทรัพย์สินรวม 11 รายการ ของจำเลยที่ 2 อันได้แก่ เงินสด 965,620 บาท สร้อยคอทองคำ ลายข้อหกเหลี่ยมสลับห่วง 1 เส้น สร้อยคอทองคำ ลายข้อกลมสลับห่วง 1 เส้น สร้อยข้อมือทองคำ 1 เส้น พระโลหะปางสมาธิพร้อมกรอบทองคำ 1 องค์ โลหะชุบทองประดับหินสีขาว เงินฝากในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษ และเงินฝากออมทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เลขที่บัญชี 151 - 6 - 00xxx - x และ 151 - 2 - 28xxx - x เงินฝากสะสมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 362 - 0 - 65xxx - x เงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 325 - 1 - 07xxx - x ในชื่อบัญชีจำเลยที่ 2 พร้อมดอกเบี้ย และที่ดินตามโฉนดที่ดิน เลขที่ 4691 พร้อมสิ่งปลูกสร้างให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 ต่อมาวันที่ 4 เมษายน 2560 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เงินฝากในบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เลขที่บัญชี 151 - 6 - 00xxx - x และ 151 - 2 - 28xxx - x เงินฝากสะสมทรัพย์ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เลขที่ 362 - 0 - 65xxx - x โจทก์ไม่ได้บังคับคดีและไม่ได้ดำเนินการให้ทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่คดีถึงที่สุด จึงขาดอายุความตามกฎหมาย ขอให้ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สินดังกล่าวแก่จำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตามคำร้องตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงตามคำร้อง ก็ไม่มีเหตุที่จะคืนทรัพย์สินที่ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด แล้วให้แก่จำเลยที่ 2 ได้ ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า มีเหตุที่จะต้องสั่งให้คืนทรัพย์สินตามคำร้องแก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า แม้ศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด แล้ว แต่ก็มิได้ดำเนินการให้มีการริบทรัพย์สินเกี่ยวกับเงินฝากในบัญชีธนาคารตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ซึ่งมีกำหนดอายุความทั้งทางแพ่งและทางอาญา เมื่อพ้นกำหนดอายุความ 10 ปี จึงต้องคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ที่เป็นเจ้าของเดิม เห็นว่า เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 คือ เพื่อให้การปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดตามกฎหมายดังกล่าวขึ้นโดยเฉพาะ ตามที่ปรากฏในหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรการริบทรัพย์สินตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 จึงมีส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพในการริบทรัพย์สินของผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ได้กว้างขวางกว่าที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายฉบับอื่น และยังเปลี่ยนแปลงปลายทางของทรัพย์สินเหล่านี้ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด ให้โทษได้มีโอกาสใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินนั้น อันเป็นประโยชน์ต่อการปราบปราม ยาเสพติด ของประเทศ โดยมาตรา 31 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบ ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ดังนั้น เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ริบทรัพย์สินตามคำร้องของจำเลยที่ 2 ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด แล้ว ทรัพย์สินดังกล่าวย่อมตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ในทันที โดยมิต้องมีการดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ทรัพย์สินนั้นต้องตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด เพิ่มเติมอีก ส่วนการเปลี่ยนแปลงชื่อบัญชีเงินฝากของธนาคารไปเป็นชื่อของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด นั้น เป็นเรื่องของการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ซึ่งต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว และระยะเวลาในการบริหารจัดการทรัพย์สินของกองทุนเช่นว่ามานี้ ไม่ใช่เรื่องของกำหนดอายุความไม่ว่าจะเป็นในทางแพ่งหรือทางอาญา จึงไม่ตกอยู่ในกำหนดอายุความทั่วไป 10 ปี ดังที่จำเลยที่ 2 อ้าง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 2 มานั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2562 พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร โจทก์ นาย ช. กับพวก จำเลย พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 31 , ม. 38