ฎีกาที่ 2351/2562
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 7
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 7 ผู้ใดพยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 100/1
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100/1 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและปรับให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ โดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ถ้าศา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2479 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (1) “เรือนจำ” หมายความว่า ที่ซึ่งใช้ควบคุมกักขังผู้ต้องขังกับทั้งสิ่งที่ใช้ต่อเนื่องกัน และให้หมายความรวมตลอดถ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 (ยกเลิก) มาตรา 38
พ.ศ. 2479 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 38 ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่า ทรัพย์สินชนิดใดผู้ต้องขังอาจหรือไม่อาจนำเข้ามา หรือเก็บรักษาไว้ในเรือนจำ กับทั้งการเก็บรักษาให้ความปลอดภัยและคืนทรัพย์สินนั้น ๆ
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 (ยกเลิก) มาตรา 39
พ.ศ. 2479 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 39 ทรัพย์สินซึ่งผู้ต้องขังนำเข้ามาหรือเก็บรักษาไว้ในเรือนจำโดยมิได้รับอนุญาตเพื่อการนั้นโดยชอบจากเจ้าพนักงานเรือนจำ ถ้าเป็นสิ่งของต้องห้ามตามมาตราก่อน ให้ริบเป็นของแผ่นดิน ถ้...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 (ยกเลิก) มาตรา 45
พ.ศ. 2479 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 45 ผู้ใดเข้าไปในเรือนจำโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ นำเข้ามาหรือเอาออกไปจากเรือนจำ หรือครอบครอง เก็บรักษาไว้ หรือใช้ในเรือนจำ หรือรับจากหรือส่งมอบแก่ผู้ต้องขัง ซึ่ง...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 (ยกเลิก) มาตรา 58
พ.ศ. 2479 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 58 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อไ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3
พ.ศ. 2551 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 บทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะให้นำบทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอ...
ย่อสั้น
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน และฐานร่วมกันนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำ ศาลชั้นต้นรับฟังว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด คงรับฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องเช่นกัน แต่กรณีที่มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม จำเลยฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา กรณีถือว่าฎีกาของจำเลยได้รับอนุญาตให้ฎีกาเฉพาะความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด เท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี เมื่อศาลฎีการับฟังข้อเท็จจริงใหม่ว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแล้ว สำหรับความผิดฐานร่วมกันนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำซึ่งมิใช่เป็นความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 8 เดือน อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และความผิดฐานนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 ก็ตาม แต่เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดจึงให้ยกฟ้องปล่อยจำเลยไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215, 225
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 7 พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 4, 38, 39, 45, 58 ริบเมทแอมเฟตามีน หลอดแก้วใช้เป็นอุปกรณ์เสพ ยาเสพติด แบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ ชุดหูฟังโทรศัพท์เคลื่อนที่ และสายชาร์จโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 7 พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2475 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนซึ่งต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีโทษเท่ากันให้ลงโทษฐานร่วมกันเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 3,000,000 บาท ฐานร่วมกันนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำ จำคุก 1 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิตเพียงสถานเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ริบเมทแอมเฟตามีน หลอดแก้วใช้เป็นอุปกรณ์เสพ ยาเสพติด แบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ซิมโทรศัพท์เคลื่อนที่ ชุดหูฟังโทรศัพท์เคลื่อนที่ และสายชาร์จโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษาแก้เป็นว่า คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ให้กระทงละหนึ่งในสาม ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 33 ปี 4 เดือน และปรับ 2,000,000 บาท ฐานร่วมกันนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำ จำคุก 8 เดือน รวมจำคุก 33 ปี 12 เดือน และปรับ 2,000,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติเบื้องต้นว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นหัวหน้าคลังสินค้าของบริษัทแลคตาซอย จำกัด สาขานครศรีธรรมราช และพักอาศัยอยู่กับครอบครัวที่อาคารคลังสินค้าเพียงครอบครัวเดียว โดยพนักงานคนอื่นพักอาศัยข้างนอก ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง มีพนักงานคลังสินค้าสี่คน คือ นายอภิชาติ พนักงานขับรถ นายวารินทร์ พนักงานขาย นายจักรพงศ์ ผู้ช่วยพนักงานขาย และนายณรงค์ชัย ผู้ช่วยพนักงานขายอีกคน ร่วมกันนำนมถั่วเหลืองยี่ห้อแลคตาซอยชนิดกล่อง ขนาด 300 ซีซี จำนวน 200 ลัง ลังละ 6 แพ็ค แพ็คละ 6 กล่อง บรรทุกรถบรรทุกสำหรับส่งสินค้าของบริษัทดังกล่าว หมายเลขทะเบียน 97 - 9024 กรุงเทพมหานคร ซึ่งดัดแปลงบริเวณกระบะด้านหลังเป็นตู้สำหรับบรรทุกสินค้า ไปส่งที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราชตามคำสั่งซื้อของร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังภายในเรือนจำ โดยมีนายธวัฒน์ เจ้าหน้าที่ประจำร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขังซึ่งมีหน้าที่สั่งซื้อสินค้าและขับรถบรรทุกสินค้าออกไปรับรถและขับรถบรรทุกสินค้าจากบริเวณหน้าเรือนจำเข้าไปในเรือนจำเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งของต้องห้ามก่อนรับสินค้า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบเมทแอมเฟตามีนและสิ่งของต้องห้ามของกลางตามฟ้องรวม 10 รายการ ซุกซ่อนอยู่ในกล่องนม 10 กล่อง เบื้องต้นได้จับกุมนายอภิชาติ นายวารินทร์ นายจักรพงศ์ และนายณรงค์ชัย ดำเนินคดี ภายหลังมีการสั่งไม่ฟ้องบุคคลทั้งสี่ และมีการดำเนินคดีแก่จำเลยในเวลาต่อมา จำเลยเข้ามอบตัวให้การต่อสู้คดี มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์หรือไม่ ได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ โดยเฉพาะจากนางสายไหม พนักงานบัญชีคลังสินค้าคนหนึ่งของบริษัทแลคตาซอย จำกัด ว่าปกติหน้าที่การส่งสินค้านมถั่วเหลืองแลคตาซอยให้แก่เรือนจำเป็นหน้าที่ของนายวุฒิศักดิ์ พนักงานขายคนหนึ่ง และเป็นคนรับคำสั่งซื้อจากเรือนจำให้ไปส่งในวันเกิดเหตุ แล้วมาแจ้งให้แก่พยานดำเนินการ พยานก็แจ้งแก่จำเลย แต่ในวันเกิดเหตุนายวุฒิศักดิ์ซึ่งเป็นมุสลิมลางานอ้างว่าไปปฏิบัติศาสนกิจเนื่องในวันฮารีรายอ ซึ่งสินค้านมถั่วเหลืองที่ส่งให้แก่เรือนจำในวันเกิดเหตุ เป็นสินค้านมถั่วเหลืองที่ส่งมาจากโรงงานผลิตจากจังหวัดปราจีนบุรีมาเก็บไว้ที่คลังสินค้าก่อนเกิดเหตุเมื่อวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2555 รุ่งขึ้นเป็นวันอาทิตย์ บริษัทหยุดทำการ ต่อมาวันจันทร์วันเกิดเหตุ ก่อนให้พนักงานขนสินค้านมถั่วเหลืองขึ้นรถไปส่งให้แก่เรือนจำ ได้มีการตรวจสอบสับเปลี่ยนสินค้าบางส่วน 2 ลัง ที่เสียหายแล้วอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีการแพ็คกิ้งหรือบรรจุหีบห่อใหม่ หลังเกิดเหตุก็ได้ความจากร้อยตำรวจตรีธนกฤต เจ้าพนักงานตำรวจผู้ตรวจค้นคลังสินค้าหลังเกิดเหตุว่า ผลการตรวจค้นยึดได้ถุงยางอนามัยจำนวนหนึ่งลักษณะเดียวกับที่พบในกล่องนมถั่วเหลืองที่พบของกลาง พร้อมกรรรไกร 1 เล่ม อยู่ในกระเป๋าสะพายใบหนึ่งที่มีนามบัตรของนายวุฒิศักดิ์บรรจุอยู่ และกล่องนมถั่วเหลืองแกะออกมาจากแพ็คอีกจำนวนหนึ่งที่ระบุวันผลิตวันเดียวกับกล่องนมถั่วเหลืองที่พบของกลางวางอยู่ใกล้ ๆ กันภายในคลังสินค้า ประกอบกับได้ความจากทางนำสืบของโจทก์และจำเลยเจือสมกันว่า ผู้ถือกุญแจปิดเปิดคลังสินค้าไม่ใช่มีจำเลยคนเดียว แต่มีพนักงานบัญชีคลังสินค้าที่ชื่อนางสาววิระญา อีกคนด้วย ทั้งการดำเนินคดีแก่จำเลยหลังเกิดเหตุก็ไม่แน่นอน เบื้องต้นได้รับการสอบสวนถ้อยคำจำเลยในฐานะพยาน เพิ่งมาแจ้งข้อหาดำเนินคดีจำเลยเป็นผู้ต้องหาภายหลังนานร่วมเดือน จำเลยเข้ามอบตัวต่อสู้คดีตั้งแต่ต้น พยานโจทก์แต่ละปากก็ไม่ได้เบิกความให้ถ้อยคำว่าจำเลยหรือผู้ใดกระทำความผิดหรือร่วมกระทำความผิดกับจำเลย แต่กลับได้ความจากคำเบิกความและคำให้การชั้นสอบสวนของนายสุจิต พยานโจทก์เองว่า เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เชื่อว่าไม่ได้เกิดจากผู้ใดกระทำจากภายในคลังสินค้า แต่หากจะมีการจัดทำก่อนหน้าที่จะมาถึงคลังสินค้า เห็นได้ชัดว่าตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่สามารถบ่งชี้ได้แน่ชัด เป็นไปได้หลายทาง ลำพังแต่จำเลยและครอบครัวจำเลยพักอาศัยอยู่ในคลังสินค้าครอบครัวเดียว และมีสินค้านมถั่วเหลืองตั้งวางเตรียมที่จะนำขึ้นรถไปส่งให้แก่เรือนจำเรียบร้อยแล้วก่อนนำขึ้นรถในวันเกิดเหตุ แล้วจะสรุปฟังว่าจำเลยกระทำความผิด ยังไม่ถนัดนัก นับว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัย ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย รับฟังได้ว่า จำเลยมิได้กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ส่วนความผิดฐานร่วมกันนำสิ่งของต้องห้ามเข้ามาในเรือนจำซึ่งมิใช่เป็นความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 1 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 8 เดือน ซึ่งเป็นการแก้ไขเล็กน้อย แม้ความผิดฐานนี้ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกัน และเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิด จึงให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 215, 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ให้ริบของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2351/2562 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นาย ส. จำเลย ป.วิ.อ. ม. 185 วรรคหนึ่ง , ม. 215 , ม. 225 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม. 3