ฎีกาที่ 5634/2562
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นเจ้าพนักงานที่ต้องปฏิบัติในการที่จะ บังคับคดี ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเท่านั้น ไม่มีอำนาจเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความในคดี ศาลจึงกำหนดให้คู่ความใช้ค่าทนายความให้แก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี ไม่ได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน 1,573,724.91 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ MLR บวก 2 ต่อปี ของต้นเงิน 1,413,332.52 บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันทำสัญญาประนีประนอมยอมความและชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ MLR บวก 1 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งหกชำระเสร็จแก่โจทก์ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอมจำเลยทั้งหกไม่ชำระหนี้ โจทก์นำเจ้าพนักงาน บังคับคดี ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 24712 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 5 ออกขายทอดตลาด นายทศพร เป็นผู้ซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจากการขายทอดตลาดในนัดที่ 6 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 ในราคา 2,080,000 บาท จำเลยที่ 5 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 5 ดังกล่าว โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง นายทศพร ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ให้จำเลยที่ 5 ใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นแทนโจทก์และผู้คัดค้านเป็นเงินคนละ 3,000 บาท และใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นเงิน 3,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยที่ 5 ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยที่ 5 ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 9 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาให้จำเลยที่ 5 ชดใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1 (14) บัญญัติว่า "เจ้าพนักงาน บังคับคดี หมายความว่า เจ้าพนักงานในสังกัดกรม บังคับคดี หรือพนักงานอื่น ผู้มีอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้อยู่ ในอันที่จะปฏิบัติตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในภาค 4 แห่งประมวลกฎหมายนี้ เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างการพิจารณา หรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งและให้หมายความรวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงาน บังคับคดี ให้ปฏิบัติการแทน" เจ้าพนักงาน บังคับคดี จึงเป็นเจ้าพนักงานที่ต้องปฏิบัติในการที่จะ บังคับคดี ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลเท่านั้น ไม่มีอำนาจเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความในคดีได้ ส่วนค่าทนายความ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งได้กำหนดอัตราค่าทนายความไว้ในตาราง 6 โดยให้ศาลกำหนดค่าทนายความที่คู่ความจะต้องรับผิดตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควรไม่เกินอัตราขั้นสูง แต่ต้องไม่ต่ำกว่าคดีละสามพันบาท เมื่อเจ้าพนักงาน บังคับคดี ไม่มีอำนาจเข้ามาเป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือเป็นคู่ความในคดี จึงกำหนดให้คู่ความใช้ค่าทนายความให้แก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี ไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้จำเลยที่ 5 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี จึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของจำเลยที่ 5 ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 เฉพาะที่ให้จำเลยที่ 5 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แก่เจ้าพนักงาน บังคับคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5634/2562 ธนาคาร อ. โจทก์ นาย ท. ผู้คัดค้าน นาย ถ. กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 1 (14) , ตาราง 6