ฎีกาที่ 8945/2561
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 62
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 62 ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขมีไว้ในครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ใด ๆ ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภทเว้นแต่ได้รับใบอนุญาต การขอรับ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 62 ตรี
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 62 ตรี ห้ามมิให้ผู้ใดเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เว้นแต่การเสพตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาทันตกรรมเพื่อประโยชน์ในการรักษา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 106 ตรี
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 106 ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 62 ทวิ หรือมาตรา 62 ตรี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 (ยกเลิก) มาตรา 88
พ.ศ. 2559 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 88 ห้ามผู้ใดมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภท เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต การขออนุญาตและการออกใบอนุญาต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 (ยกเลิก) มาตรา 92
พ.ศ. 2559 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 92 ห้ามผู้ใดเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เว้นแต่เป็นการเสพตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาลผู้นั้น
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 (ยกเลิก) มาตรา 140
พ.ศ. 2559 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 140 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 88 วรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองห...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 (ยกเลิก) มาตรา 141
พ.ศ. 2559 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 141 ผู้ใดเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 91 หรือผู้ใดเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 92 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่น...
ย่อสั้น
ความผิดฐานมีคีตามีนซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 ยังคงบัญญัติให้เป็นความผิดตามมาตรา 88 วรรคหนึ่ง มีโทษตามมาตรา 140 วรรคหนึ่ง ให้จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แตกต่างจาก พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ที่เป็นความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง และมีโทษตามมาตรา 106 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท แม้ตามกฎหมายฉบับเดิมและฉบับใหม่จะมีระวางโทษจำคุกและโทษปรับเท่ากัน แต่ตามกฎหมายฉบับใหม่บัญญัติให้ลงโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ แตกต่างจากกฎหมายฉบับเดิมที่บัญญัติให้จำคุกและปรับเท่านั้น กฎหมายฉบับใหม่จึงเป็นคุณมากกว่า และความผิดฐานเสพคีตามีนยังคงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 มาตรา 92 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 141 ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแตกต่างจาก พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ที่เป็นความผิดตามมาตรา 62 ตรี และมีโทษตามมาตรา 106 ตรี ที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท เห็นได้ว่าโทษจำคุกขั้นสูงตามกฎหมายฉบับใหม่เบากว่าโทษจำคุกตามกฎหมายฉบับเดิม โทษจำคุกและโทษปรับตามกฎหมายฉบับใหม่ไม่มีระวางโทษจำคุกและโทษปรับขั้นต่ำเช่นเดียวกับกฎหมายฉบับเดิม ทั้งกฎหมายฉบับใหม่บัญญัติให้ลงโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ แตกต่างจากกฎหมายฉบับเดิมที่ให้จำคุกและปรับเท่านั้น กฎหมายฉบับใหม่จึงเป็นคุณมากกว่า ดังนั้นในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวต้องใช้กฎหมายฉบับใหม่บังคับแก่จำเลยที่ 2 ตาม ป.อ. มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 57, 66, 67, 91, 102 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 62, 62 ตรี, 106 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาเสพ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนและเสพคีตามีน ส่วนข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 57, 66 วรรคสอง, 91 จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 และพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 62 ตรี, 106 ตรี การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี จำเลยที่ 1 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี และปรับ 420,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 2 ฐานเสพ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน ฐานเสพคีตามีน จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพฐานเสพ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนและเสพคีตามีน มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ส่วนฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ทางนำสืบของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน และปรับ 280,000 บาท ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต คงจำคุก 6 เดือน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 3 เดือน จำเลยที่ 2 ฐานเสพ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน คงจำคุก 3 เดือน ฐานเสพคีตามีน คงจำคุก 6 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 17 เดือน และปรับ 280,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 9 เดือน ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังจำเลยที่ 1 แทนค่าปรับหนึ่งปี ริบเมทแอมเฟตามีน อุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 0 1555 xxxx ของกลาง ให้คืนโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 0 1909 xxxx แก่เจ้าของ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี และปรับ 420,000 บาท รวมจำคุก 6 ปี 9 เดือน และปรับ 420,000 บาท หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนไม่เกิน 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรืออ้างถึงจำเลยที่ 2 มาก่อนว่ามีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่าย ยาเสพติด ก่อนเกิดเหตุสายลับแจ้งเพียงว่าสามารถล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้จากจำเลยที่ 1 อันเป็นที่มาของการวางแผนให้สายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 โดยสถานที่นัดหมายก็เป็นอาคารที่พักของจำเลยที่ 1 เหตุที่ทราบว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนมาให้จำเลยที่ 1 ไปจำหน่ายให้แก่สายลับมาจากคำซัดทอดของจำเลยที่ 1 ซึ่งต้องรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นด้วย ภายหลังจับกุมจำเลยที่ 2 พยานโจทก์ทั้งสองได้ยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 2 ไว้ แต่กลับไม่มีการตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของจำเลยที่ 2 เพื่อให้ได้หลักฐานยืนยันว่าจำเลยที่ 1 ได้โทรศัพท์ติดต่อให้จำเลยที่ 2 นำเมทแอมเฟตามีนมาให้เพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่สายลับจริง โดยเทียบกับช่วงเวลาที่สายลับโทรศัพท์ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 ซึ่งอยู่ในวิสัยที่กระทำได้ การที่พบจำเลยที่ 2 อยู่ในห้องพักของจำเลยที่ 1 พร้อมกับ ยาเสพติด อีกจำนวนหนึ่งจึงยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนที่นำไปจำหน่ายให้แก่สายลับ ทั้งจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธมาโดยตลอดว่า ไม่ได้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ประกอบกับได้ความว่าพยานโจทก์ทั้งสองยึดได้คีตามีนและเมทแอมเฟตามีนพร้อมอุปกรณ์ที่ใช้ในการเสพเมทแอมเฟตามีนในห้องพักที่เกิดเหตุ เมื่อตรวจปัสสาวะจำเลยที่ 2 ก็พบสารเสพติดในร่างกาย จำเลยที่ 2 จึงน่าจะมาที่ห้องพักที่เกิดเหตุเพื่อเสพ ยาเสพติด ดังที่นำสืบต่อสู้ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยที่ 2 ได้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ส่วนความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตกับฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตนั้น เห็นว่า แม้เมทแอมเฟตามีนและคีตามีนดังกล่าวตรวจพบภายในห้องพักของจำเลยที่ 1 แต่เมทแอมเฟตามีนพร้อมอุปกรณ์การเสพพบอยู่บนโต๊ะกลางห้องพัก ส่วนคีตามีนพบอยู่บริเวณที่นอน ยาเสพติด ทั้งสองส่วนอยู่ภายในห้องในลักษณะเปิดเผยไม่ได้มีการซุกซ่อนหรือปิดบัง ภายหลังจับกุมจำเลยที่ 2 ให้การรับว่ามาที่ห้องพักของจำเลยที่ 1 เพื่อเสพ ยาเสพติด ตามพฤติการณ์ฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 มามั่วสุมเสพ ยาเสพติด ในห้องพักของจำเลยที่ 1 จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนรู้เห็นและมีเจตนาร่วมกับจำเลยที่ 1 ครอบครองเมทแอมเฟตามีนและคีตามีนดังกล่าวแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ต่อไปว่า มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้จำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบคงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนและคีตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งเมทแอมเฟตามีนและคีตามีนมีปริมาณเพียงเล็กน้อย เชื่อว่าจำเลยที่ 2 มีไว้เพื่อเสพเท่านั้น เมื่อคำนึงถึงการศึกษาและอายุของจำเลยที่ 2 ประกอบกับจำเลยที่ 2 ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน น่าจะอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟูให้กลับตัวเป็นพลเมืองดีได้ สมควรให้โอกาสจำเลยที่ 2 โดยการรอการลงโทษจำคุกไว้ แต่เพื่อให้จำเลยที่ 2 หลาบจำและเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงตนเองของจำเลยที่ 2 เห็นสมควรลงโทษปรับจำเลยที่ 2 ในทุกกระทงความผิดอีกสถานหนึ่ง และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 ออกมาใช้บังคับมีผลภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ประกาศวันที่ 20 ธันวาคม 2559) โดยมาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ทั้งฉบับ แต่กฎหมายฉบับใหม่ยังคงบัญญัติให้ความผิดฐานมีคีตามีนซึ่งเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นความผิดตามมาตรา 88 วรรคหนึ่ง มีโทษตามมาตรา 140 วรรคหนึ่ง ให้จำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แตกต่างจากกฎหมายฉบับเดิมที่เป็นความผิดตามมาตรา 62 วรรคหนึ่ง และมีโทษตามมาตรา 106 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท เห็นได้ว่า แม้ตามกฎหมายฉบับเดิมและฉบับใหม่จะมีระวางโทษจำคุกและโทษปรับเท่ากัน แต่ตามกฎหมายฉบับใหม่บัญญัติให้ลงโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ แตกต่างจากกฎหมายฉบับเดิมที่บัญญัติให้จำคุกและปรับเท่านั้น กฎหมายฉบับใหม่จึงเป็นคุณมากกว่า สำหรับความผิดฐานเสพคีตามีนยังคงเป็นความผิดตามมาตรา 92 ซึ่งมีโทษตามมาตรา 141 ให้จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแตกต่างจากกฎหมายฉบับเดิมที่เป็นความผิดตามมาตรา 62 ตรี และมีโทษตามมาตรา 106 ตรี ที่กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท เห็นได้ว่าโทษจำคุกขั้นสูงตามกฎหมายฉบับใหม่เบากว่าโทษจำคุกตามกฎหมายฉบับเดิม โทษจำคุกและโทษปรับตามกฎหมายฉบับใหม่ไม่มีระวางโทษจำคุกและโทษปรับขั้นต่ำเช่นเดียวกับกฎหมายฉบับเดิม ทั้งกฎหมายฉบับใหม่บัญญัติให้ลงโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ แตกต่างจากกฎหมายฉบับเดิมที่ให้จำคุกและปรับเท่านั้น กฎหมายฉบับใหม่จึงเป็นคุณมากกว่า ดังนั้นในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวต้องใช้กฎหมายฉบับใหม่บังคับแก่จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีคีตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและความผิดฐานเสพคีตามีน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 มาตรา 88 วรรคหนึ่ง, 92, 140 วรรคหนึ่ง, 141 ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 2 ทุกกระทงอีกสถานหนึ่ง ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 20,000 บาท ฐานมีคีตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ปรับ 20,000 บาท ฐานเสพ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน ปรับ 10,000 บาท และฐานเสพคีตามีน ปรับ 10,000 บาท ลดโทษให้ในความผิดฐานเสพ 3, 4 - เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีนกับฐานเสพคีตามีนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กระทงละกึ่งหนึ่ง ฐานเสพ 3, 4- เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน ปรับ 5,000 บาท ฐานเสพคีตามีน ปรับ 5,000 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุกทุกกระทงแล้วเป็นจำคุก 2 ปี 9 เดือน และปรับ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยที่ 2 ไว้ 1 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 2 ฟัง โดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติให้จำเลยที่ 2 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้ง ตลอดระยะเวลาที่รอการลงโทษ และห้ามมิให้จำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด ให้โทษทุกชนิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8945/2561 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาว ศ. กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 3 ป.วิ.อ. ม. 195 วรรคสอง , ม. 225 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม. 62 วรรคหนึ่ง , ม. 62 ตรี , ม. 106 วรรคหนึ่ง , ม. 106 ตรี พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 ม. 88 วรรคหนึ่ง , ม. 92 , ม. 140 วรรคหนึ่ง , ม. 141