ฎีกาที่ 8133/2561
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 29
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 29 บรรดาทรัพย์สินซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 27 วรรคหนึ่งนั้น ให้ศาลไต่สวน หากคดีมีมูลว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ศ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 31
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบตามมาตรา 29 และมาตรา 30 ให้ตกเป็นของกองทุน
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 32
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 32 ในกรณีที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใด ให้การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจำเลยรายนั้น รวมทั้งทรัพย์สินของผู้อ...
ย่อสั้น
แม้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองจะถึงที่สุดแล้ว แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลังว่า คดีที่ผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกเป็นจำเลยในความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด อันเป็นเหตุให้มีการยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองในคดีนี้ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 คือผู้คัดค้านที่ 1 ในคดีนี้ ย่อมแสดงว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิได้เป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด อันเป็นเหตุให้มีการยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองในคดีนี้แล้ว ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองจึงไม่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ที่ศาลจะสั่งริบได้ ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 อีกต่อไป จึงต้องคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินรายการที่ 1, 3 ถึง 7, 9 ถึง 13, 15 ถึง 20, 22, 25 ถึง 69 ตามคำร้องขอให้ริบทรัพย์ ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการริบทรัพย์สินรายการที่ 3, 5, 65 ถึง 69 ของผู้คัดค้านที่ 1 และทรัพย์สินของผู้คัดค้านที่ 2 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 32 ผู้ร้องยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้คัดค้านที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนทรัพย์สินรายการที่ 1, 3 ถึง 7, 9 ถึง 13, 15 ถึง 20, 22, 25 ถึง 69 แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบทรัพย์สินรายการที่ 1, 3 ถึง 7, 9 ถึง 13, 15 ถึง 20, 22 และ 25 ถึง 69 ของผู้คัดค้านทั้งสองให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ผู้คัดค้านทั้งสองไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว ต่อมาปรากฏว่า คดีที่ผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกเป็นจำเลยในความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด อันเป็นเหตุให้มีการยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองดังกล่าว ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3257/2547 ของศาลชั้นต้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนทรัพย์สินตามคำร้องของผู้คัดค้านทั้งสองชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องของผู้คัดค้านที่ 1 ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งริบทรัพย์สินนั้น เท่ากับเป็นการขอให้คืนทรัพย์สินที่ริบให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสองนั่นเอง แม้คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ริบทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองจะถึงที่สุดแล้ว แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏในภายหลังว่า คดีที่ผู้ร้องฟ้องผู้คัดค้านที่ 1 กับพวกเป็นจำเลยในความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด อันเป็นเหตุให้มีการยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองในคดีนี้ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 คือผู้คัดค้านที่ 1 ในคดีนี้ ย่อมแสดงว่าผู้คัดค้านที่ 1 มิได้เป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด อันเป็นเหตุให้มีการยึดทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองในคดีนี้แล้ว ทรัพย์สินของผู้คัดค้านทั้งสองจึงไม่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ที่ศาลจะสั่งริบได้ ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 อีกต่อไป จึงต้องคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้คัดค้านทั้งสอง แต่สำหรับทรัพย์สินรายการที่ 1 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนแก่ผู้คัดค้านที่ 1 ด้วยนั้น เห็นว่า แม้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินในคดีนี้ โดยอ้างว่าเป็นทรัพย์สินซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ของผู้คัดค้านที่ 1 เพียงคนเดียว แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในคดีอาญาที่ผู้คัดค้านที่ 1 ถูกฟ้องว่า ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 2 สำหรับทรัพย์สินรายการที่ 1 เป็นเงินสด 2,480,690 บาท ผู้คัดค้านที่ 1 ยื่นคำคัดค้านและนำสืบต่อสู้ว่าเป็นเงินของจำเลยที่ 2 ซึ่งในคดีอาญาดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษาคดีถึงที่สุดแล้วว่า จำเลยที่ 2 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 20,000 เม็ด จึงถือว่าจำเลยที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด จึงเข้าข้อสันนิษฐานว่า ทรัพย์สินส่วนของจำเลยที่ 2 เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคสอง เมื่อจำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำคัดค้านต่อสู้คดีนี้ จึงฟังได้ว่าเงินสดจำนวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ซึ่งต้องริบ ทั้งผู้คัดค้านที่ 1 เองก็ไม่ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการริบทรัพย์สินรายการนี้ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินรายการที่ 1 คือ เงินสด 2,480,690 บาท แก่ผู้คัดค้านทั้งสองจึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่คืนทรัพย์รายการที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8133/2561 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย อ. กับพวก จำเลย พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 29 , ม. 31