ฎีกาที่ 7947/2561
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 3
พ.ศ. 2534 · approved_timeline_selection
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติด” หมายความว่า ยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ และยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีกำหนดใ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 6
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 6 ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น (1) สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำคว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่า สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่าง...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ (1) ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocai...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา (1) ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่า ยาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใดตามมาตรา 7 (2) เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงชื...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่รัฐมนตรีได้อนุญาตเฉพาะในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การขออนุญาตและกา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 66 ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ หรือมีจำนวนหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงป...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 100/1
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100/1 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและปรับให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ โดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ถ้าศา...
ย่อสั้น
ณ. ให้ ท. เก็บรักษาเมทแอมเฟตามีนไว้เพื่อรอคำสั่งให้นำไปส่งต่อ จำเลยเป็นคนรักของ ณ. และนั่งรถมากับ ณ. เวลามาส่งเมทแอมเฟตามีนให้ ท. บ่อยครั้ง ว. และ ช. ไปรับเมทแอมเฟตามีนจาก ท. ไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่งของ ณ. ผู้ว่าจ้าง และรับเมทแอมเฟตามีนบางส่วนไปจำหน่ายเอง ณ. สั่งให้ ช. โอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนเข้าบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีของจำเลย ในแต่ละวันมีการนำเงินเข้าฝากหลายจำนวนแล้วถอนเงินออกจากบัญชีโดยตลอด จำเลยมอบบัตรเอทีเอ็มให้ ณ. นำไปใช้เบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากดังกล่าว พฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่า จำเลยรู้เห็นเป็นใจให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือ ณ. ในการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของ ว. และ ช. โดยใช้บัญชีเงินฝากดังกล่าวชำระเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่ ณ. อันเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ก่อนหรือขณะกระทำความผิด
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 6, พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 นับโทษของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3790/2558 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 6 (1) (4) ประกอบพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต และปรับ 2,000,000 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) และหากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองโดยคู่ความมิได้โต้เถียงว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2557 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายโชคชัย และนายวันชัย พร้อมเมทแอมเฟตามีน 30 ถุง จำนวน 6,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 104.689 กรัม โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง และสลิปการโอนเงิน 19 ฉบับ เป็นของกลาง ในข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย นายโชคชัยและนายวันชัยให้การรับสารภาพ โดยนายโชคชัยให้การรับว่าเมทแอมเฟตามีนเป็นของนายณัฐพงษ์หรือณัฐ โดยนายโชคชัยจะไปรับจากนายทศพลหรือม็อบ ผู้เก็บรักษาเมทแอมเฟตามีนให้กับนายณัฐพงษ์อีกทีหนึ่ง เมทแอมเฟตามีนที่นายโชคชัยรับมาจะแยกเป็นสองส่วนคือ ส่วนแรกเป็นเมทแอมเฟตามีนที่นายณัฐพงษ์ว่าจ้างให้ไปส่งต่อลูกค้า ส่วนที่สองเป็นเมทแอมเฟตามีนที่นายโชคชัยรับมาจำหน่ายเอง โดยซื้อมาในราคาถุงละ 17,000 บาท แล้วนำไปจำหน่ายต่อในราคาถุงละ 20,000 บาท และขายปลีกด้วยในราคาเม็ดละ 200 บาท โดยนายณัฐพงษ์จะให้โอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนผ่านเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 652 - 0 - 16xxx - x ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กับบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 526 - 2 - 41xxx - x ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นของจำเลยทั้งสองบัญชีกับสลิปการโอนเงินของกลางเป็นหลักฐานในการที่นายโชคชัยโอนเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายณัฐพงษ์ ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3679/2558 ของศาลชั้นต้น และจากการตรวจสอบบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีของจำเลยดังกล่าว พบว่าในแต่ละวันมีการนำเงินเข้าหลายจำนวนแล้วถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากดังกล่าวโดยตลอด คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยเคยคบหากับนายณัฐพงษ์ในฐานะคนรัก และมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวโดยไม่ได้อยู่ด้วยกัน การที่ไปไหนมาไหนด้วยกันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลก และจะปรักปรำว่าจำเลยรู้เรื่องที่นายณัฐพงษ์ไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด และรู้เห็นเป็นใจหรือสมคบกับนายณัฐพงษ์กระทำความผิดไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์นั้นไม่ชอบ เห็นว่า โจทก์มีร้อยตำรวจโท ยุทธนา และพันตำรวจโท ภูวดิท มาเบิกความยืนยันสอดคล้องต้องกันว่า ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนนายโชคชัยให้การว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดได้จากนายโชคชัยนั้น นายณัฐพงษ์สั่งให้นายโชคชัยโอนเงินค่า ยาเสพติด เข้าบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชีของจำเลยตามฟ้อง และนายโชคชัยทราบว่าจำเลยเป็นคนรักของนายณัฐพงษ์และจะพบจำเลยทุกครั้งเมื่อพบกับนายณัฐพงษ์ อีกทั้งนายโชคชัยได้ชี้ยืนยันภาพถ่ายของจำเลยไว้ด้วย นอกจากนี้นายโชคชัยยังเคยให้การยืนยันเช่นเดียวกันนี้ในชั้นสอบสวนและในฐานะเป็นพยานในชั้นสอบสวนคดีของนายทศพล หลังจากที่เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายโชคชัยและนายวันชัยได้แล้ว มีการขยายผลไปจับกุมนายทศพลในวันเดียวกันได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางในคดีดังกล่าว ซึ่งนายทศพลให้การรับสารภาพว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของนายณัฐพงษ์ที่สั่งให้ตนไปรับนำมาเก็บรักษาไว้รอคำสั่งจากนายณัฐพงษ์เพื่อนำไปส่งต่อ และรับว่ารู้จักจำเลยโดยทราบว่าเป็นภริยาของนายณัฐพงษ์และจะพบจำเลยนั่งรถมากับนายณัฐพงษ์เวลามาส่งเมทแอมเฟตามีนบ่อยครั้ง จากการตรวจสอบของพันตำรวจโท ภูวดิทพบว่าการค้าเมทแอมเฟตามีนที่นายโชคชัยต้องชำระเงินให้แก่นายณัฐพงษ์นั้น มีการโอนเข้าบัญชีเงินฝากทั้งสองของจำเลยตามฟ้องจริง แม้ในชั้นพิจารณานายโชคชัยและนายทศพลจะเบิกความว่า ไม่รู้จักจำเลยซึ่งขัดกับคำให้การในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนที่ยืนยันว่าคนทั้งสองรู้จักจำเลย โดยทราบว่าเป็นคนรักหรือภริยาของนายณัฐพงษ์ และพบเห็นจำเลยอยู่กับนายณัฐพงษ์โดยตลอด อีกทั้งนายทศพลก็เบิกความตอบคำถามค้านยืนยันว่า ตนทราบว่าจำเลยอยู่กับนายณัฐพงษ์โดยเป็นคนรัก น่าเชื่อว่าคำให้การของบุคคลทั้งสองในชั้นสอบสวนนั้นเป็นความจริงเนื่องจากเกิดขึ้นในระยะเวลาที่ใกล้ชิดต่อเหตุการณ์ อีกทั้งเป็นเรื่องที่อยู่ในความรู้ของนายโชคชัยและนายทศพลทั้งสิ้น ไม่ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน อีกทั้งนายโชคชัยและนายทศพลก็ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ให้ถ้อยคำซึ่งอยู่ใต้ข้อความที่ว่า "อ่านให้ฟังและให้อ่านเองแล้วรับว่าถูกต้อง" จึงเชื่อว่าก่อนหน้าที่นายโชคชัยและนายทศพลจะลงลายมือชื่อท้ายคำให้การชั้นสอบสวนนั้น พนักงานสอบสวนได้อ่านรายละเอียดในบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนให้คนทั้งสองฟังแล้ว และคนทั้งสองรับว่าถูกต้องจึงลงลายมือชื่อไว้ จึงเชื่อว่าคำเบิกความของนายโชคชัยและนายทศพลในชั้นพิจารณาดังกล่าวน่าจะเกิดจากความต้องการที่จะช่วยเหลือจำเลยมากกว่า คำเบิกความในชั้นพิจารณาของบุคคลทั้งสองในส่วนนี้จึงไม่อาจเชื่อถือรับฟังว่าเป็นความจริงได้ เชื่อว่านายโชคชัยและนายทศพลต่างก็รู้จักจำเลยและเคยพบเห็นจำเลยอยู่ใกล้ชิดกับนายณัฐพงษ์โดยตลอดในระหว่างการส่งมอบเมทแอมเฟตามีน ส่วนที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าแม้จำเลยเป็นคนรักใกล้ชิดกับนายณัฐพงษ์แต่จำเลยก็ไม่ได้สมคบช่วยเหลือนายณัฐพงษ์ตามที่ถูกกล่าวหา จำเลยมอบสมุดบัญชีเงินฝากทั้งสองของจำเลยตามฟ้องและบัตรเอทีเอ็มให้แก่นายณัฐพงษ์ไปใช้ก็จริง แต่จำเลยไม่ทราบว่านายณัฐพงษ์นำบัญชีเงินฝากดังกล่าวไปใช้เกี่ยวข้องกับ ยาเสพติด ก็ตาม แต่ข้อต่อสู้ของจำเลยดังกล่าวมีพิรุธน่าสงสัยหลายประการ กล่าวคือ ในชั้นพิจารณาจำเลยเบิกความว่า จำเลยเปิดบัญชีของกลางทั้งสองบัญชีในปี 2555 โดยเปิดไว้ไม่มีจุดประสงค์ให้ผู้ใดนำไปใช้โอนเงินค่า ยาเสพติด แต่จำเลยเปิดไว้เพื่อนำเงินเข้าออกใช้เป็นส่วนตัวเอง จำเลยรู้จักนายณัฐพงษ์เมื่อปี 2556 คบหากันในฐานะฉันชู้สาว ไม่ได้อยู่ร่วมกัน นายณัฐพงษ์เป็นหนี้สินอยู่กับจำเลย จำเลยมอบสมุดบัญชีเงินฝากรวมทั้งบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเบิกถอนเงินในบัญชีให้นายณัฐพงษ์เพื่อให้นายณัฐพงษ์โอนเงินคืน และจำเลยเลิกรากับนายณัฐพงษ์เมื่อปลายปี 2556 จำเลยเคยทวงถามสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็ม แต่นายณัฐพงษ์ไม่ยอมคืนให้แม้หลังเลิกกันแล้ว ส่วนในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า เมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2556 นายณัฐพงษ์มาขอใช้บัญชีเงินฝากของจำเลย จำเลยก็ให้บัตรเอทีเอ็มไปโดยไม่ได้ถามว่าเอาไปทำอะไร เนื่องจากจำเลยมีบัญชีเงินฝากอีกเล่มที่เอาไว้รับเงินจากการทำงาน จนเมื่อนายณัฐพงษ์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเมื่อประมาณต้นปี 2557 นายณัฐพงษ์ก็หายหน้าไปไม่สามารถติดต่อได้ จึงเป็นเรื่องน่าแปลกว่าจำเลยคบกับนายณัฐพงษ์ในฐานะคนรักและมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน จึงเป็นไปไม่ได้ว่าจำเลยจะไม่สอบถามนายณัฐพงษ์ว่าประกอบอาชีพใด อีกทั้งจำเลยไม่เคยรู้จักนายณัฐพงษ์มาก่อน แต่ในชั้นสอบสวนจำเลยกลับให้การว่าจำเลยมอบบัตรเอทีเอ็มให้นายณัฐพงษ์ไปโดยไม่ได้สอบถามว่าเอาไปทำอะไร ครั้นเมื่อจำเลยเลิกรากับนายณัฐพงษ์โดยนายณัฐพงษ์ไม่ได้คืนบัตรเอทีเอ็มและสมุดบัญชีเงินฝากให้แก่จำเลย แทนที่จำเลยจะอายัดบัตรเอทีเอ็มและบัญชีเงินฝากทั้งสองดังกล่าว เพื่อมิให้เกิดปัญหาในภายหน้าแต่ปรากฏว่าจำเลยไม่ได้ทำเช่นนั้น จึงเป็นเรื่องพิรุธน่าสงสัย อีกทั้งจำเลยเพิ่งเบิกความในชั้นพิจารณาว่าจำเลยมอบสมุดบัญชีเงินฝากให้นายณัฐพงษ์ไปด้วย ไม่ได้ให้ไปเฉพาะบัตรเอทีเอ็มซึ่งแตกต่างจากในชั้นสอบสวนที่ให้การว่าให้ไปเฉพาะบัตรเอทีเอ็ม ก็อาจเป็นข้อแก้ตัวของจำเลยซึ่งคิดขึ้นในภายหลังให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้ถือสมุดบัญชีเงินฝาก จึงไม่อาจทราบถึงการเคลื่อนไหวทางบัญชีว่ามีเงินเข้าออกตลอดเวลาก็เป็นได้ และที่จำเลยอ้างว่า นายณัฐพงษ์เป็นหนี้จำเลยก็ไม่ได้ความว่าเป็นหนี้ค่าอะไร จำนวนเท่าใดและยอดเงินจำนวนไหนในสมุดบัญชีเงินฝากที่เป็นการโอนเงินเพื่อชำระหนี้ ข้อกล่าวอ้างของจำเลยจึงไม่สมเหตุผล นอกจากนี้การที่จำเลยอ้างว่าเลิกคบกับนายณัฐพงษ์ตั้งแต่ปลายปี 2556 แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของบัญชีเงินฝากทั้งสองดังกล่าวหรือแม้จะดำเนินการติดตามเอาสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มคืนหรืออายัดบัตรเอทีเอ็มและปิดบัญชีทั้งสองแต่อย่างใด จึงเป็นการผิดปกติวิสัยของผู้เป็นเจ้าของบัญชีที่ปล่อยให้ผู้อื่นนำบัตรเอทีเอ็มและบัญชีเงินฝากไปใช้โดยไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่ตามมาภายหลัง จำเลยประกอบอาชีพเป็นพนักงานนำเสนอเกี่ยวกับรถยนต์ซึ่งจำเลยอ้างว่าเป็นการเดินสายไปในที่ต่าง ๆ แต่จำเลยก็ไม่ได้นำหลักฐานการทำงานของจำเลยมาประกอบในช่วงที่จำเลยเลิกคบกับนายณัฐพงษ์ตั้งแต่ปลายปี 2556 จนกระทั่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2558 เพื่อแสดงให้เห็นถึงแหล่งที่อยู่อาศัยและการดำรงชีพของจำเลยว่าหลังจากจำเลยเลิกคบกับนายณัฐพงษ์แล้วจำเลยไม่ได้ติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับนายณัฐพงษ์ตามที่อ้าง พยานหลักฐานของโจทก์เมื่อรับฟังประกอบกันทั้งหมดแล้วรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยได้รู้เห็นเป็นใจในการให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือแก่นายณัฐพงษ์ให้ใช้บัญชีเงินฝากทั้งสองของจำเลยตามฟ้องในกิจการซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของนายวันชัยและนายโชคชัยในการชำระเงินค่าเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายณัฐพงษ์ จากการซื้อขายเมทแอมเฟตามีน 6,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 104.689 กรัม อันเป็นการสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ก่อนหรือขณะกระทำความผิดและในขณะเดียวกันจำเลยก็รู้เห็นเป็นใจโดยเป็นผู้รับเงินค่าเมทแอมเฟตามีนจากนายโชคชัยและลูกค้าอื่นเพื่อประโยชน์และให้ความสะดวกแก่นายณัฐพงษ์ในการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามฟ้อง พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น สำหรับฎีกาข้ออื่นของจำเลยเป็นฎีกาปลีกย่อย ไม่เป็นสาระอันควรแก่การวินิจฉัย เนื่องจากไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่เห็นควรวินิจฉัยให้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7947/2561 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นางสาว ก. จำเลย ป.อ. ม. 86 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 6 วรรคหนึ่ง (1) , ม. 6 (4) พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 วรรคสาม (2) , ม. 66 วรรคสาม