ฎีกาที่ 7526/2561
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่า สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่าง...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ (1) ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocai...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา (1) ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่า ยาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใดตามมาตรา 7 (2) เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงชื...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 15 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เว้นแต่รัฐมนตรีได้อนุญาตเฉพาะในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การขออนุญาตและกา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 57 ห้ามมิให้ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 หรือประเภท 5
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 66 ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ หรือมีจำนวนหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงป...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 67 ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ หรือมีจำนวนหน่วยการใช้ หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่ถึงปริมาณที่กำหนดตามมาตรา 1...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 91 ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 หรือยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 58 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 มาตรา 3
พ.ศ. 2551 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 บทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะให้นำบทบัญญัติหรือวิธีพิจารณาแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอ...
ย่อสั้น
การที่สายลับซึ่งเป็นคนรักเก่าของจำเลยชักชวนให้จำเลยมาร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนที่ห้องพักที่เกิดเหตุ โดยได้มอบธนบัตรจำนวน 1,500 บาท ให้จำเลยเพื่อไปเอาเมทแอมเฟตามีนมาให้ เมื่อจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนมามอบให้สายลับ 10 เม็ด จากนั้นได้ร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนไป 4 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดีที่จำเลยรับหน้าที่ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมาให้สายลับและพวก และร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนส่วนหนึ่งนั้น โดยจำเลยไม่ได้ประโยชน์อื่นตอบแทนในการนี้ ยังถือไม่ได้ว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ คงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความผิดที่โจทก์ฟ้อง ย่อมลงโทษจำเลยตามที่พิจารณาได้ความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 215, 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนและโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติของจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแต่เพียงบทเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 4 ปี คำให้การชั้นจับกุมของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี โดยไม่รอการลงโทษ ส่วนความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนให้บังคับคดีลงโทษไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ไม่คุมความประพฤติ ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2558 เวลา 22.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ภายในห้องพักหมายเลข 2 ที่รีสอร์ต และยึดโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2 เครื่อง จากกระเป๋ากางเกงของจำเลย จากการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของจำเลยพบว่า ในวันเกิดเหตุสายลับโทรศัพท์หาจำเลย 2 ครั้ง เวลา 19.34 นาฬิกา และ 21.03 นาฬิกา ส่วนจำเลยโทรศัพท์ไปยังเครื่องโทรศัพท์ของสายลับ 3 ครั้ง เวลา 19.41 นาฬิกา 21.52 นาฬิกา และ 22.21 นาฬิกา สำหรับความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน คู่ความไม่ได้อุทธรณ์ จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องหรือไม่ ได้ความจากคำเบิกความพยานโจทก์ปากร้อยตำรวจโท นรินทร ร้อยตำรวจตรี ณรงค์รัชช์ และดาบตำรวจ เกรียงไกร ซึ่งเป็นผู้ร่วมจับกุมว่า วันเกิดเหตุเวลา 19 นาฬิกา มีสายลับเป็นหญิงโทรศัพท์มาหาร้อยตำรวจโท นรินทร แจ้งว่าจำเลยมีพฤติการณ์จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและสามารถติดต่อล่อซื้อได้ ต่อมาประมาณ 10 นาที สายลับและเพื่อนหญิงอีกคนหนึ่งมาพบร้อยตำรวจโท นรินทร สายลับได้โทรศัพท์ติดต่อขอซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยจำนวน 10 เม็ด ราคา 1,500 บาท โดยตกลงกันว่าไปรอรับที่รีสอร์ต จากนั้นมีการวางแผนจับกุมโดยแบ่งกำลังเจ้าพนักงานตำรวจเป็น 2 ชุด ชุดแรกมีร้อยตำรวจตรี ณรงค์รัชช์ เป็นหัวหน้าชุด ไปซุ่มอยู่ด้านทิศตะวันตกของห้องพักที่สายลับจะไปเปิดรอจำเลย ส่วนชุดที่ 2 มีร้อยตำรวจโท นรินทรเป็นหัวหน้าชุดกับพวกอีก 5 คน ไปซุ่มอยู่ด้านทิศตะวันออกของห้องพัก มีการค้นตัวสายลับไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงมอบธนบัตรจำนวน 1,500 บาท ที่ถ่ายสำเนาไว้แล้ว ให้แก่สายลับเพื่อนำไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน เวลาประมาณ 21 นาฬิกา สายลับกับเพื่อนไปเปิดห้องพักหมายเลข 2 ที่รีสอร์ตดังกล่าว และเจ้าพนักงานตำรวจทั้ง 2 ชุด แยกไปซุ่มดูเหตุการณ์ตามจุดที่ตกลงกันไว้ ตามแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ เมื่อสายลับเข้าไปในห้องพักแล้วได้โทรศัพท์แจ้งให้จำเลยมาพบ ต่อมาประมาณ 10 นาที จำเลยเข้าไปพบสายลับในห้องเป็นเวลาประมาณ 5 นาที จึงขับรถจักรยานยนต์ออกไป สายลับแจ้งแก่ร้อยตำรวจตรี ณรงค์รัชช์ว่าได้มอบเงินที่ใช้ล่อซื้อให้จำเลยไปแล้วและจำเลยออกไปนำเมทแอมเฟตามีนมาให้ ต่อมาประมาณ 40 นาที จำเลยขับรถจักรยานยนต์กลับเข้ามาและเดินเข้าไปในห้องพัก ประมาณ 5 นาที สายลับเดินออกจากห้องพักและนำเมทแอมเฟตามีน 6 เม็ด มอบให้แก่ร้อยตำรวจตรี ณรงค์รัชช์ เมื่อสายลับกลับเข้าไปในห้องเจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มอยู่จึงตรงเข้าจับกุมจำเลย ชั้นจับกุมแจ้งข้อหาแก่จำเลยว่า มี ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และเสพ ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ตามคำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวน เห็นว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นเหตุการณ์ขณะมีการตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนระหว่างสายลับและจำเลยมาเบิกความ ส่วนการใช้โทรศัพท์ติดต่อกันระหว่างสายลับกับจำเลยก็ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าพูดคุยเรื่องอะไรกัน ลำพังคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมซึ่งแม้มีรายการอื่นประกอบก็ไม่เพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้อง แต่จำเลยนำสืบเจือสมพยานโจทก์ส่วนหนึ่งว่า วันเกิดเหตุสายลับซึ่งเป็นคนรักเก่าของจำเลยโทรศัพท์ชวนให้จำเลยมาร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนที่ห้องพักเกิดเหตุและถูกจับกุมหลังจากร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนแล้ว ในข้อนี้ได้ความจากพยานโจทก์ทั้งสองปากดังกล่าวเบิกความตรงกันว่า วันเกิดเหตุจำเลยขับรถจักรยานยนต์มาหาสายลับที่ห้องพัก สายลับได้มอบธนบัตรจำนวน 1,500 บาท แก่จำเลย แล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์ออกไปเพื่อเอาเมทแอมเฟตามีนมาให้ สักครู่จำเลยกลับมาพร้อมนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10 เม็ด มามอบให้สายลับ แล้วร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีนไป 4 เม็ด คงเหลือ 6 เม็ด ที่สายลับนำมามอบให้เจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งนำให้จำเลยดูแล้ว จำเลยบอกว่าออกไปซื้อเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวจากนายบีด โดยซื้อมา 10 เม็ด ราคา 1,500 บาท ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกการจับกุมที่ระบุไว้ว่าจำเลยเดินทางมาที่ห้องพักแล้วออกไปนำเมทแอมเฟตามีนมามอบให้สายลับ พยานโจทก์ในส่วนนี้ปราศจากพิรุธสงสัยรับฟังได้ว่า จำเลยรับเงินจากสายลับจำนวน 1,500 บาท แล้วนำไปซื้อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10 เม็ด มามอบให้สายลับจากนั้นร่วมกับสายลับและพวกเสพเมทแอมเฟตามีนไป 4 เม็ด พฤติการณ์แห่งคดีที่จำเลยรับหน้าที่ไปซื้อเมทแอมเฟตามีนมาให้สายลับแล้วร่วมกับสายลับและพวกเสพเมทแอมเฟตามีนส่วนหนึ่งนั้น โดยจำเลยไม่ได้ประโยชน์อื่นตอบแทนในการนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ คงรับฟังว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความผิดที่โจทก์ฟ้อง ย่อมลงโทษจำเลยตามที่พิจารณาได้ความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 215, 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 2 ปี และปรับ 20,000 บาท คำให้การในชั้นจับกุมของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 15,000 บาท รวมกับโทษในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วเป็นจำคุก 1 ปี 9 เดือน และปรับ 20,000 บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติจำเลย 1 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษานี้ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามวันเวลาที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร 24 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7526/2561 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นาย ณ. จำเลย ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคท้าย , ม. 215 , ม. 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 4 , ม. 15 วรรคหนึ่ง , ม. 66 , ม. 67 พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม. 3