ฎีกาที่ 7078/2560
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยที่ 1 เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จัดให้มีบริการที่จอดรถ นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 อันมีผลโดยตรงต่อยอดการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของจำเลยที่ 1 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ย. เป็นลูกจ้างของห้าง ฮ. ซึ่งเป็นผู้ประกอบการและผู้เช่าพื้นที่จากจำเลยที่ 1 เพื่อประกอบกิจการค้าหากำไร วันเกิดเหตุการที่ ย. นำรถยนต์เข้ามาจอดไว้ในที่จอดรถของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าไปทำงานประจำในห้าง ฮ. โดยไม่ปรากฏว่า ย. ได้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 จึงยังไม่อาจถือได้ว่า ย. เป็นลูกค้าของจำเลยที่ 1 แม้จะฟังว่าห้าง ฮ. เช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ปรากฏว่ามีข้อสัญญาระหว่างห้าง ฮ. กับจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับความรับผิดกรณีที่รถยนต์ของลูกจ้างห้าง ฮ. สูญหายเพราะถูกคนร้ายลักไป การที่คนร้ายลักรถยนต์ของ ย. คันที่โจทก์รับประกันภัยไว้ไป มิได้เกิดจากการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยทั้งสอง อันจะถือว่าเป็นความ ประมาท เลินเล่อ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 574,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 560,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้เรียกบริษัทไทยศรีประกันภัยจำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมร่วมกันชำระเงิน 574,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 560,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 กันยายน 2556) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วม ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียนฎร 9277 กรุงเทพมหานคร จากนางสาวยุพยงค์ ในประเภทรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยสิ้นเชิง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดประกอบธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคและให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไป จำเลยที่ 1 ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ให้จัดหาพนักงานรักษาความปลอดภัยมาดูแลบริเวณร้านค้าและที่จอดรถของจำเลยที่ 1 โดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราบริเวณที่จอดรถ 4 - 5 คน จำเลยร่วมเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทมหาชนจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการรับประกันภัยและเป็นผู้รับประกันภัยกับจำเลยที่ 1 นางสาวยุพยงค์เป็นลูกจ้างของบริษัทโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีชื่อทางการค้าว่า ห้างสรรพสินค้าโฮมโปร ซึ่งเช่าพื้นที่บางส่วนจำหน่ายสินค้าในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2556 เวลาประมาณ 9 นาฬิกา ในระหว่างระยะเวลารับประกันภัย นางสาวยุพยงค์ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไปจอดไว้บริเวณลานจอดรถภายในอาคารของจำเลยที่ 1 และเข้าไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าโฮมโปร ต่อมารถยนต์ของนางสาวยุพยงค์สูญหายเนื่องจากถูกคนร้ายลักไป โจทก์ผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์แก่นางสาวยุพยงค์ไปแล้วเป็นเงิน 560,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมว่า จำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์หรือไม่ เห็นควรวินิจฉัยไปพร้อมกัน โดยจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมฎีกาในทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีหน้าที่รับฝากรถยนต์และไม่มีนิติสัมพันธ์กับนางสาวยุพยงค์ ผู้เอาประกันภัย นางสาวยุพยงค์เป็นลูกจ้างของห้างสรรพสินค้าโฮมโปร ซึ่งเช่าพื้นที่ภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 จำหน่ายสินค้า วันเกิดเหตุนางสาวยุพยงค์ขับรถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัยไปจอดที่ลานจอดรถของจำเลยที่ 1 แล้วเข้าไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าโฮมโปร นางสาวยุพยงค์ไม่ได้เป็นลูกค้าของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองไม่มีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ของนางสาวยุพยงค์ รถยนต์ของนางสาวยุพยงค์คันที่โจทก์รับประกันภัยถูกคนร้ายลักไป จึงไม่ได้เกิดจากความ ประมาท เลินเล่อของจำเลยทั้งสอง เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์นั้น เห็นว่า การที่ห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่จัดให้มีบริการที่จอดรถ นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แล้ว ยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 อันมีผลโดยตรงต่อยอดการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของจำเลยที่ 1 และร้านค้าภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 เพราะการมีบริการที่จอดรถนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของลูกค้าที่จะเข้าไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ทั้งจำเลยที่ 1 ยังว่าจ้างจำเลยที่ 2 จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเดินตรวจตราบริเวณที่จอดรถอีกด้วยความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับลูกค้า และการกระทำที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติในลักษณะเช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดหน้าที่แก่จำเลยที่ 1 ต้องดูแลความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ของลูกค้าที่นำไปจอดในที่จอดรถ แต่จำเลยที่ 1 หาได้มีหน้าที่ดังกล่าวสำหรับรถยนต์ของบุคคลที่มิใช่ลูกค้าของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใดไม่ เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับบุคคลนั้น การจะถือว่าผู้ใดเป็นลูกค้า ต้องพิจารณาถึงว่าบุคคลนั้น ต้องเป็นผู้เข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 หรือเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการของผู้เช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 มิฉะนั้นจำเลยที่ 1 ก็จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลที่นำรถยนต์เข้าไปจอดในที่จอดรถของจำเลยที่ 1 แล้วรถยนต์สูญหายไปเสียทั้งหมด ทั้งที่บุคคลนั้นมิได้เป็นลูกค้าเข้าไปซื้อสินค้าหรือใช้บริการภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นางสาวยุพยงค์เป็นลูกจ้างของห้างสรรพสินค้าโฮมโปรซึ่งเป็นผู้ประกอบการและผู้เช่าพื้นที่จากจำเลยที่ 1 เพื่อประกอบกิจการค้าหากำไร ในวันเกิดเหตุ การที่นางสาวยุพยงค์นำรถยนต์เข้ามาจอดไว้ในที่จอดรถของจำเลยที่ 1 เพื่อเข้าไปทำงานประจำในห้างสรรพสินค้าโฮมโปร โดยไม่ปรากฏว่าได้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการอื่นภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 จึงยังไม่อาจถือได้ว่านางสาวยุพยงค์เป็นลูกค้าของจำเลยที่ 1 แม้จะฟังว่าห้างสรรพสินค้าโฮมโปรเช่าพื้นที่จำหน่ายสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 1 ก็ไม่ปรากฏว่ามีข้อสัญญาระหว่างห้างสรรพสินค้าโฮมโปรกับจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับความรับผิดกรณีที่รถยนต์ของลูกจ้างห้างสรรพสินค้าโฮมโปรถูกคนร้ายลักไป จำเลยทั้งสองจึงไม่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ของนางสาวยุพยงค์ การที่คนร้ายฉวยโอกาสลักรถยนต์ของนางสาวยุพยงค์คันที่โจทก์รับประกันภัยไป มิได้เกิดจากการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยทั้งสอง อันจะถือว่าเป็นความ ประมาท เลินเล่อ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ เมื่อจำเลยที่ 1 ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิด จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยจึงไม่ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วย เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยร่วมต้องรับผิดต่อโจทก์แทนจำเลยที่ 1 หรือไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วมฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยทั้งสองและจำเลยร่วม โดยกำหนดค่าทนายความรวม 9,000 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7078/2560 บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย บริษัทไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) จำเลยร่วม ป.พ.พ. ม. 420 , ม. 887