ฎีกาที่ 7123/2560
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การที่ผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด สุ่มตรวจเมทแอมเฟตามีนที่บรรจุหีบห่อในอัตราร้อยละ 10 กระจายไปตามซองที่บรรจุอยู่ในมัด โดยไม่ได้นำปะปนกันเป็นวิธีการสุ่มตัวอย่าง ย่อมทำให้ตัวอย่างเม็ดวัตถุที่เก็บมาจากแต่ละซองสามารถเฉลี่ยเป็นตัวแทนของเม็ดวัตถุที่อยู่ในซองแต่ละซองในมัดดังกล่าวได้ทั้งหมด ตามหลักวิชาการวิจัยและสถิติ ดังนั้น ปริมาณสารเมทแอมเฟตามีนที่คำนวณได้ตามผลรายงานการตรวจพิสูจน์ด้วยวิธีดังกล่าว จึงเป็นไปตามหลักวิชาการวิจัยและสถิติที่รับฟังได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 8 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 6 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนและกระเป๋าเป้ของกลาง ส่วนรถยนต์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางให้คืนแก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 100,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ให้หนึ่งในสี่ คงจำคุก 37 ปี 6 เดือน และปรับ 750,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 กรณีกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า การตรวจเมทแอมเฟตามีนของกลางด้วยการสุ่มตรวจจากตัวอย่างร้อยละ 10 ของวัตถุของกลาง 2,000 เม็ด พบสารเมทแอมเฟตามีนในวัตถุตัวอย่างที่ตรวจ จึงนำมาคำนวณหาสารเสพติดทั้ง 2,000 เม็ด ได้สารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน 28.236 กรัม ของผู้เชี่ยวชาญจะรับฟังได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากบันทึกการจับกุม เอกสารการส่งและรับวัตถุของกลางระหว่างพนักงานสอบสวนกับเจ้าพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด รายงานผลการตรวจพิสูจน์ของกลางว่า วัตถุของกลาง 20,000 เม็ด นั้น มีการแบ่งแยกบรรจุตามสีของเม็ดวัตถุและสีของถุงพลาสติกที่บรรจุมาก่อน โดยวัตถุเม็ดสีส้มจำนวน 1,980 เม็ด และสีเขียว 20 เม็ด ของกลางในคดีนี้บรรจุซองพลาสติกสีน้ำเงิน 10 ซอง มัดรวมกันเป็น 1 มัด รัดด้วยหนังยาง ส่วนวัตถุเม็ดสีส้มอ่อนจำนวน 8,000 เม็ด บรรจุอยู่ในซองพลาสติกสีฟ้า แบ่งเป็น 4 มัด มัดละ 10 ซอง กับวัตถุเม็ดสีส้มออกน้ำตาลจำนวน 10,000 เม็ด บรรจุซองพลาสติกสีน้ำเงินแบ่งเป็น 5 มัด มัดละ 10 ซอง และนางสาวกัญญนันทน์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ได้สุ่มตรวจตามมัดที่บรรจุหีบห่อ ไม่ได้นำออกมาผสมปะปนกัน เมื่อได้ความดังนี้ การตรวจหาสารเมทแอมเฟตามีนจากมัดวัตถุเม็ดสีส้ม 1,980 เม็ด และเม็ดสีเขียว 20 เม็ด ซึ่งบรรจุรวมกันเป็น 1 มัด โดยนำเม็ดวัตถุออกจากมัดดังกล่าวร้อยละ 10 หรือ 200 เม็ด จาก 2,000 เม็ด ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างกระจายไปตามซองที่บรรจุอยู่ในมัดซองละ 20 เม็ด ย่อมทำให้ตัวอย่างเม็ดวัตถุที่เก็บมาจากแต่ละซองสามารถเฉลี่ยเป็นตัวแทนของเม็ดวัตถุที่อยู่ในซองแต่ละซองในมัดดังกล่าวได้ทั้งหมดตามหลักวิชาการวิจัยและสถิติ ที่เรียกตัวอย่างที่สุ่มออกมานั้นว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มประชากรที่วิจัย และข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของนางสาวกัญญนันท์ ผู้ตรวจพิสูจน์ว่า พยานได้นำตัวอย่างเม็ดวัตถุออกมาซองละประมาณ 20 เม็ดทุกซอง ทุกรายการ นำมาทำการตรวจสอบ มิได้กระจุกอยู่ที่ซองใดซองหนึ่งหรือมัดใดมัดหนึ่งโดยเฉพาะ ดังนั้น ปริมาณสารเมทแอมเฟตามีนที่คำนวณได้ตามรายงานผลการตรวจพิสูจน์ จึงเป็นไปตามหลักวิชาการวิจัยและสถิติที่รับฟังได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) มาตรา 66 วรรคสาม นั้น ชอบด้วยผลแล้ว ฎีกาและฎีกาเพิ่มเติมในภายหลังของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7123/2560 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายเอกวิทย์ แสนหาญชัย จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 วรรคสาม (2) , ม. 66 วรรคสาม