ฎีกาที่ 10061/2559
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 (ยกเลิก) มาตรา 19
พ.ศ. 2545 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 19 ผู้ใดต้องหาว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติด เสพและมีไว้ในครอบครอง เสพและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย หรือเสพและจำหน่ายยาเสพติดตามลักษณะ ชนิด ประเภท และปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 (ยกเลิก) มาตรา 24
พ.ศ. 2545 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 24 ในกรณีที่ข้อเท็จจริงปรากฏภายหลังจากที่ศาลมีคำสั่งตามมาตรา 19 ว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดนั้นต้องหาหรือถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 (ยกเลิก) มาตรา 25
พ.ศ. 2545 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 25 ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต้องอยู่รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันถูกส่งตัวเข้ารับการฟ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 (ยกเลิก) มาตรา 31
พ.ศ. 2545 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดซึ่งได้รับการปล่อยชั่วคราวไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนระเบียบ เงื่อนไข หรือข้อบังคับที่กำหนด ให้พน...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “ยาเสพติดให้โทษ” หมายความว่า สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่าง...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 7 ยาเสพติดให้โทษแบ่งออกเป็น 5 ประเภท คือ (1) ประเภท 1 ยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง เช่น เฮโรอีน (Heroin) (2) ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษทั่วไป เช่น มอร์ฟีน (Morphine) โคคาอีน (Cocai...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 8 ให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษา (1) ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษว่า ยาเสพติดให้โทษชื่อใดอยู่ในประเภทใดตามมาตรา 7 (2) เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงชื...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 57 ห้ามมิให้ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 หรือประเภท 5
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91
พ.ศ. 2522 · approved_timeline_selection
มาตรา 91 ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 หรือยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 58 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่...
ย่อสั้น
การที่จำเลยหลบหนีจากสถานฟื้นฟูและได้ตัวจำเลยมาหลังจากที่จำเลยยังปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูดังกล่าวไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีหน้าที่นำตัวจำเลยกลับไปบำบัดแก้ไขตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ของคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด จังหวัดลำปาง อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายให้ครบถ้วนตามมาตรา 25 ก่อน เมื่อคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ดังกล่าวไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้ดังกล่าวข้างต้น แม้ศาลได้มีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 24 และพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวจำเลยไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องจำเลยก็ตาม โจทก์ก็ยังไม่มีอำนาจฟ้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 57, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 บวกโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 7757/2554 ของศาลอาญา เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 91 จำคุก 2 เดือน และปรับ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ยกคำขอบวกโทษ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า เมื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ของจำเลยได้ครบกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายแล้ว แต่ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ยังไม่เป็นที่พอใจ จึงไม่จำต้องจับตัวจำเลยมารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 31 อีก และคดีนี้ศาลได้มีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 24 พนักงานสอบสวนจึงได้ส่งตัวจำเลยมายังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อันเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติด ยาเสพติด ไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด หรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติด ยาเสพติด ไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติด ยาเสพติด ก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด มีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติด ยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของการเสพหรือการติด ยาเสพติด ของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ตามมาตรา 23 ซึ่งผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ต้องถูกบังคับให้อยู่รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ตามแผนฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด เป็นเวลาไม่เกินหกเดือน ซึ่งอาจขยายหรือลดระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ตามความเหมาะสมตามมาตรา 25 หากผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนระเบียบ เงื่อนไข หรือข้อบังคับที่กำหนด หรือหลบหนีจากการควบคุมหรือหลบหนีออกนอกเขตศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด สถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด หรือการควบคุมตัว พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจติดตามจับกุมผู้นั้นได้ด้วยตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง และมีอำนาจลงโทษตามมาตรา 32 ได้อีกด้วย การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พ.ศ.2545 จึงมีวัตถุประสงค์แก้ไขฟื้นฟูผู้เสพหรือผู้ติด ยาเสพติด ทุกคนเพื่อประโยชน์ของสังคมเป็นส่วนรวม ดังนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงต้องดำเนินการตามมาตราดังกล่าวให้ครบถ้วนก่อนแล้ว คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด จึงจะพิจารณาผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด เมื่อคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด จังหวัดลำปาง มีคำวินิจฉัยที่ 1559/2556 ให้จำเลยเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด แบบผู้ป่วยนอก แต่ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำสั่งของคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด จังหวัดลำปาง ที่ 2414/2557 เอกสารท้ายฟ้องว่า ระหว่างการฟื้นฟู จำเลยหลบหนีศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพรัตนานุรักษ์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2557 และพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีแก่จำเลยในข้อหาหลบหนีสถานฟื้นฟูไว้แล้ว ดังนี้ เมื่อจำเลยยังไม่ได้ปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด จนครบถ้วนตามที่คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด จังหวัดลำปางกำหนดไว้ แม้จะครบกำหนดระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด แล้ว ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ทั้งการที่จำเลยหลบหนีจากสถานฟื้นฟู ซึ่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พ.ศ.2545 กำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบทันที และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจติดตามจับกุมจำเลยกลับเข้าสถานฟื้นฟูได้ตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง ดังกล่าวข้างต้น ดังนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงต้องติดตามจับกุมจำเลยมาเพื่อเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ก่อน กรณียังไม่อาจถือได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด นั้นต้องหาหรือถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำคุกหรือต้องคำพิพากษาให้จำคุก เมื่อมาตรา 33 บัญญัติให้คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด รายงานความเห็นไปยังพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเพื่อประกอบการดำเนินคดีผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด เมื่อผู้นั้นเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ครบถ้วนตามกำหนดเวลาแล้ว แต่ผลการฟื้นฟูยังไม่เป็นที่พอใจ การที่ได้ตัวจำเลยมาหลังจากที่จำเลยยังปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูดังกล่าวไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีหน้าที่นำตัวจำเลยกลับไปบำบัดแก้ไขตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ของคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด จังหวัดลำปาง อันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายให้ครบถ้วนตามมาตรา 25 ก่อน เมื่อคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด ดังกล่าว ไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติไว้ดังกล่าวข้างต้น แม้ศาลได้มีคำสั่งให้ส่งตัวจำเลยไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ตามพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติด ยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 24 และพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวจำเลยไปยังพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องจำเลยก็ตาม โจทก์ก็ยังไม่มีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาศาลฎีกาที่โจทก์อ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10061/2559 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลำปาง โจทก์ นายบุญยังหรือยัง ยืนยั่ง จำเลย พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ม. 25