ฎีกาที่ 15436/2556
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 มาตรา 5
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 5 ในกรณีที่จำเป็นหรือสมควรเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สาธารณประโยชน์ การสาธารณสุข ความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดของรัฐ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 มาตรา 49
พ.ศ. 2509 · approved_timeline_selection
มาตรา 49 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 หรือมาตรา 20 ต้องระวางโทษปรับสิบเท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่จะต้องปิด หรือที่ยังขาดอยู่ แต่ต้องไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยบาท ถ้าเป็นบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในประเทศแ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 (ยกเลิก) มาตรา 19
พ.ศ. 2509 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 19 ห้ามมิให้ผู้ใดมียาสูบที่มิได้ปิดแสตมป์ยาสูบตามพระราชบัญญัตินี้ไว้ในครอบครองเกินกว่าห้าร้อยกรัม นอกจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมยาสูบ ให้ผู้มียาสูบที่ไม่ต้องปิดแสตมป์ยาสูบหรือผู้ม...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. 2509 (ยกเลิก) มาตรา 27
พ.ศ. 2509 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ห้ามมิให้ผู้ใดนำเมล็ดพันธุ์ยาสูบ ต้นยาสูบ ใบยา ยาอัด ยาเส้นหรือยาสูบเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือเจ้าพนักงานที่ได้รับมอบหมายจากอธิบ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 99
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 99 ผู้ใดกระทำหรือจัดหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำ หรือยื่น หรือจัดให้ผู้อื่นยื่นซึ่งใบขนสินค้า คำสำแดง ใบรับรอง บันทึก เรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องใด ๆ...
ย่อสั้น
ความผิดฐานสำแดงเท็จในการยื่นตราสารอันเกี่ยวด้วย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำเข้าสินค้าตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 มี พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 มาตรา 16 บัญญัติว่า "การกระทำที่บัญญัติไว้ใน... มาตรา 99 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พุทธศักราช 2469 นั้น ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำนึงว่าผู้กระทำมีเจตนาหรือกระทำโดย ประมาท เลินเล่อหรือหาไม่" แสดงให้เห็นว่า ความรับผิดของผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 เป็นความรับผิดเด็ดขาด แม้ผู้กระทำมิได้มีเจตนาในการกระทำความผิดโดยผู้กระทำมิได้รู้ว่าตราสารที่ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำเข้าสินค้านั้นได้สำแดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือผู้กระทำได้กระทำโดย ประมาท เลินเล่อในการยื่นตราสารซึ่งสำแดงข้อความอันเป็นเท็จนั้น ผู้กระทำก็ยังคงมีความผิดตามมาตรา 99 แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว แม้จำเลยทั้งสามเป็นเพียงผู้รับจ้างทำพิธีการศุลกากร ไม่ใช่ผู้สั่งซื้อสินค้าหรือเจ้าของสินค้า และขณะยื่นใบขนสินค้าและการสำแดงใด ๆ เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกซึ่งสินค้าบุหรี่ดังกล่าวนั้นบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์และอยู่ในอารักขาของกรมศุลกากร จำเลยทั้งสามจะไม่ทราบว่าสินค้าบุหรี่ดังกล่าวเป็นสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าปลอมก็ตาม แต่เมื่อความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 เป็นความผิดที่แม้ผู้กระทำไม่มีเจตนาหรือมิได้กระทำโดย ประมาท ผู้กระทำการยื่นใบขนสินค้าขาเข้าที่สำแดงข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ยังคงมีความผิดตาบทบัญญัติดังกล่าว เป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสามต้องตรวจสอบข้อความในใบขนสินค้าขาเข้าที่สำแดงให้ตรงกับความเป็นจริงก่อนยื่นเอกสาร
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 และ 99 พระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ.2509 มาตรา 19, 27, 49 และ 52 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 108 และ 110 (1) พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 มาตรา 5 และ 20 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และ 91 กับให้ริบของกลาง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันสำแดงเท็จในการนำเข้าสินค้า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 (ที่ถูกประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83) ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 80,000 บาท และลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 50,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับ ให้บังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสามไม่โต้แย้งกันในชั้นอุทธรณ์รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 3 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ตั้งแต่จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2539 เป็นต้นมา ตามสำเนาหนังสือรับรอง ต่อมาวันที่ 22 มิถุนายน 2548 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนแก้ไขกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จากจำเลยที่ 3 มาเป็นจำเลยที่ 2 โดยลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 กระทำการแทนจำเลยที่ 1 ได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2548 จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 กรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำขออนุญาตนำยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักร โดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อขอรับสินค้าบุหรี่ที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" ระบุแหล่งกำเนิดของสินค้าว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 515,000 ซอง และยื่นคำขออนุญาตส่งยาสูบดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรที่ประเทศมาเลเซียต่อสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 สำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 ได้ออกใบอนุญาตให้นำยาสูบดังกล่าวเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้แก่จำเลยที่ 1 โดยวิธีที่เรียกว่า "RE - EXPORT" จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ได้ชำระอากรขาเข้าสำหรับการนำเข้าและส่งออกโดยวิธีดังกล่าวจำนวน 1,000 บาท แล้วตามใบอนุญาตให้นำเข้าและใบอนุญาตให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรและใบขนสินค้าขาเข้าชนิด "RE - EXPORT ต่อมาวันที่ 30 พฤศจิกายน 2548 ขณะที่สินค้าบุหรี่ดังกล่าวอยู่ในอารักขาของกรมศุลกากรโดยบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเก็บไว้ที่โรงพักสินค้าที่ 16 ของท่าเรือกรุงเทพ จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ได้ว่าจ้างนายกิตติคุณทำพิธีการศุลกากรเพื่อนำเข้าสินค้าบุหรี่ดังกล่าวและส่งออกไปประเทศมาเลเซีย หรือ "RE - EXPORT" เจ้าพนักงานศุลกากรได้ทำการตรวจสอบสินค้าดังกล่าวโดยเปิดตู้คอนเทนเนอร์เพื่อตรวจสอบสภาพ ชนิดและจำนวนสินค้า ปรากฏว่าสินค้ามีจำนวนตรงตามที่ระบุในใบขนสินค้าขาเข้า แต่เจ้าพนักงานศุลกากรมีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" ปลอม จึงได้ติดต่อไปยังบริษัทติลลิกีแอนด์กิบบินส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของฟิลิปมอร์ริส โปรดัคส์ เอส.อา. ซึ่งเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวและได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้กับสินค้ายาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบของบริษัทดังกล่าวพบว่าสินค้าบุหรี่ที่นำเข้าทั้งหมดเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" ของบริษัทผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร บริษัทดังกล่าวจึงได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานศุลกากรให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าพนักงานศุลกากรได้ยึดสินค้าบุหรี่ทั้งหมดเป็นของกลางและประเมินราคาสำหรับสินค้าดังกล่าวเป็นเงินจำนวน 11,399,068.71 บาท ค่าอากรขาเข้าจำนวน 6,839,441 บาท ค่าภาษีสรรพสามิตจำนวน 54,715,530 บาท ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 5,106,738 บาท และเงินบำรุงกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพจำนวน 1,094,311 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 79,155,133.71 บาท กรมศุลกากรพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานสำแดงเท็จหลีกเลี่ยงข้อห้ามข้อจำกัดตามมาตรา 27 และ 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 และได้มีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 ให้ชี้แจงข้อเท็จจริง จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เพียงแต่รับจ้างทำพิธีการศุลกากรให้แก่เจ้าของสินค้าเท่านั้น โดยจำเลยที่ 1 ไม่มีเจตนานำเข้าของต้องห้ามตามสำเนาหนังสือขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 และหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงลงวันที่ 10 มีนาคม 2549 ต่อมาวันที่ 5 เมษายน 2549 กรมศุลกากรมีหนังสือถึงจำเลยที่ 1 ให้ไปทำความตกลงระงับคดี แต่จำเลยที่ 1 ไม่ไปและมีหนังสือชี้แจงว่าบริษัทชางเต้าทอนด้าเทรดดิ้ง จำกัด เป็นเจ้าของสินค้าและเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ทำพิธีการศุลกากรในการนำสินค้าเข้าและส่งออกโดยวิธีที่เรียกว่า "RE - EXPORT" ไปยังประเทศมาเลเซียโดยจำเลยที่ 1 ไม่ทราบว่าสินค้าที่นำเข้าเป็นสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าปลอมและขอให้กรมศุลกากรพิจารณาทบทวนคำสั่งอีกครั้ง ตามสำเนาหนังสือขอให้ไปทำความตกลงระงับคดีลงวันที่ 5 เมษายน 2549 และหนังสือขออุทธรณ์คดีลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2549 จากนั้นกรมศุลกากรได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สำหรับความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของต้องห้ามโดยหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ความผิดฐานนำยาสูบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้ายาสูบโดยมิได้ปิดแสตมป์ยาสูบ ตามพระราชบัญญัติยาสูบพ.ศ.2509 มาตรา 49 ประกอบมาตรา 19 กับมาตรา 52 ประกอบมาตรา 27 และความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 110 (1) ประกอบมาตรา 108 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ไม่อุทธรณ์ ความผิดฐานดังกล่าวทั้งหมดจึงเป็นอันยุติไป คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามเพียงข้อเดียวว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันสำแดงเท็จในการนำเข้าสินค้าตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานสำแดงเท็จในการยื่นตราสารอันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำเข้าสินค้าตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 นั้น พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 มาตรา 16 บัญญัติว่า "การกระทำที่บัญญัติไว้ใน ... มาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 นั้น ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำนึงว่าผู้กระทำมีเจตนาหรือกระทำโดย ประมาท เลินเล่อหรือหาไม่" แสดงให้เห็นว่าความรับผิดของผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 เป็นความรับผิดเด็ดขาด แม้ผู้กระทำมิได้มีเจตนาในการกระทำความผิดโดยผู้กระทำมิได้รู้ว่าตราสารที่ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในการนำเข้าสินค้านั้นได้สำแดงข้อความอันเป็นเท็จหรือผู้กระทำได้กระทำโดย ประมาท เลินเล่อในการยื่นตราสารซึ่งสำแดงข้อความอันเป็นเท็จนั้น ผู้กระทำก็ยังคงมีความผิดตามมาตรา 99 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า บริษัทจำเลยที่ 1 ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนได้ให้จำเลยที่ 3 กรรมการบริษัทซึ่งเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 1 ยื่นคำขออนุญาตนำยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่ผลิตในต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยื่นใบขนสินค้าขาเข้าเพื่อขอรับสินค้าบุหรี่ที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" ระบุแหล่งกำเนิดของสินค้าว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 515,000 ซอง และยื่นคำขออนุญาตส่งยาสูบดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรที่ประเทศมาเลเซียต่อสำนักงานสรรพสามิตกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 โดยใช้บัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของกรมศุลกากรของจำเลยที่ 3 สำนักงานดังกล่าวได้ออกใบอนุญาตให้นำยาสูบนั้นเข้าและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้แก่จำเลยที่ 1 โดยวิธี "RE - EXPORT" จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ได้ชำระอากรขาเข้าสำหรับการนำเข้าและส่งออกโดยวิธีดังกล่าวจำนวน 1,000 บาท แล้วขณะที่สินค้าบุหรี่ดังกล่าวอยู่ในอารักขาของกรมศุลกากร จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ได้ว่าจ้างนายกิตติคุณ ทำพิธีการศุลกากรเพื่อนำเข้าซึ่งสินค้าบุหรี่ดังกล่าวและส่งออกไปประเทศมาเลเซีย เจ้าพนักงานศุลกากรได้ทำการตรวจสินค้านั้นแล้วพบว่า สินค้ามีจำนวนตรงตามที่ระบุในใบขนสินค้าขาเข้าแต่เจ้าพนักงานศุลกากรมีเหตุอันควรสงสัยว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" ปลอม จึงได้ติดต่อไปยังบริษัทติลลิกีแอนด์กิบบินส์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนของฟิลิปมอร์ริส โปรดัคส์ เอส.อา. ผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" และได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้กับสินค้ายาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรตที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบของบริษัทดังกล่าวพบว่าสินค้าบุหรี่ที่นำเข้าทั้งหมดเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" ของบริษัทผู้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร ดังนี้ ข้อความในใบขนสินค้าขาเข้าที่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 3 ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่สำแดงว่าเป็นสินค้าบุหรี่ที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" โดยระบุแหล่งกำเนิดของสินค้าว่าประเทศสหรัฐอเมริกานั้นจึงเป็นข้อความอันเป็นเท็จ โดยสินค้าบุหรี่ดังกล่าวมิใช่สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าคำว่า "MARLBOLO" ที่แท้จริงแต่เป็นสินค้าปลอม แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ตามที่จำเลยทั้งสามนำสืบและอุทธรณ์ว่า จำเลยทั้งสามเป็นเพียงผู้รับจ้างทำพิธีการศุลกากรไม่ใช่ผู้สั่งซื้อสินค้าหรือเจ้าของสินค้า และขณะยื่นใบขนสินค้าและการสำแดงใด ๆ เกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกซึ่งสินค้าบุหรี่ดังกล่าวนั้นบรรจุอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์และอยู่ในอารักขาของกรมศุลกากร จำเลยทั้งสามไม่ทราบว่าสินค้าบุหรี่ดังกล่าวเป็นสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าปลอมก็ตาม แต่เมื่อความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 เป็นความผิดที่แม้ผู้กระทำไม่มีเจตนาหรือมิได้กระทำโดย ประมาท ผู้กระทำการยื่นใบขนสินค้าขาเข้าที่สำแดงข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ยังคงมีความผิดตามบทบัญญัติ มาตรา 99 ดังกล่าว ทั้งนี้ โดยนัยของมาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ.2482 ดังได้วินิจฉัยมาข้างต้น เป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสามต้องตรวจสอบข้อความในใบขนสินค้าขาเข้าที่สำแดงให้ตรงกับความเป็นจริงก่อนยื่นเอกสารนั้น เมื่อปรากฏว่าข้อความในใบขนสินค้าขาเข้าดังกล่าวเป็นความเท็จ จำเลยที่ 2 กรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ซึ่งเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจบริษัทจำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับบริษัทจำเลยที่ 1 กรณีถือได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานยื่นใบขนสินค้าขาเข้าที่สำแดงข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดฐานร่วมกันสำแดงเท็จในการนำเข้าสินค้า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 99 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15436/2556 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 โจทก์ สำนักงานอัยการสูงสุด บริษัทอลิสอินเตอร์ จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 99