ฎีกาที่ 13989/2556
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 6
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 6 ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น (1) สนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำคว...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 7
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 7 ผู้ใดพยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 8
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 8 ผู้ใดสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 100/1
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100/1 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและปรับให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ โดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ถ้าศา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจค้นพบกัญชาอัดแท่งของกลางแล้วจับจำเลยที่ 1 และที่ 2 และสอบถามเกี่ยวกับของกลาง ในระหว่างนั้น ด. ได้โทรศัพท์มาที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 บอกเปลี่ยนสถานที่ส่งกัญชาอัดแท่ง โดยให้ส่งแก่ ก. เจ้าพนักงานตำรวจจึงควบคุมพาจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางไปเพื่อติดต่อส่งกัญชาอัดแท่งให้แก่ ก. ตามที่ ด. สั่ง แล้วให้จำเลยที่ 1 โทรศัพท์ติดต่อนัดพบ ก. เมื่อพบ ก. กับพวกแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงตัวทำการจับจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้น เป็นแต่เพียงการสืบสวนขยายผลติดตามจับผู้กระทำผิดตามกฎหมายไปตามปกติของเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งกระทำอยู่แล้ว กรณีจึงถือไม่ได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษต่อพนักงานสอบสวน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 76/1, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 4, 6, 7, 8 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92 ริบของกลางทั้งหมด และเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีนี้ที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ส่วนจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 26 วรรคสอง, (ที่ถูก มาตรา 26 วรรคสอง), 76/1 วรรคสอง พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 6, 7, 8 วรรคสอง (ที่ถูกมาตรา 8 วรรคสอง) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 15 ปี และปรับคนละ 900,000 บาท เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 92 หนึ่งในสาม เป็นจำคุก 20 ปี และปรับ 1,200,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี และปรับ 600,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน และปรับ 450,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 การกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกินกว่าหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี ริบกัญชา โทรศัพท์เคลื่อนที่และซิมการ์ดของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดี ยาเสพติด พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยศาลฎีกาอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ภายหลังจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 พร้อมตรวจยึดกัญชาอัดแท่งของกลางได้เจ้าพนักงานตำรวจทำการสอบสวนเบื้องต้นแล้วจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การรับสารภาพและจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษต่อพนักงานสอบสวน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ให้ความร่วมมืออย่างดีโดยลักษณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ใช้ให้ติดต่อเพื่อล่อให้ผู้ค้ามารับกัญชาอัดแท่งตามจุดนัดหมาย มีเจ้าพนักงานตำรวจไปถึงจุดนัดหมายก่อนเวลานัดโดยได้ทราบตำหนิรูปพรรณ การแต่งกายจำเลยที่ 3 และที่ 4 ที่จะมารับกัญชาอัดแท่งจนเป็นเหตุให้จับกุมจำเลยที่ 4 ได้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า ศาลจะลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำได้หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามบันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนที่ว่า เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบกัญชาอัดแท่งของกลางแล้วจับกุมจำเลยที่ 1 และที่ 2 และสอบถามเกี่ยวกับของกลาง ในระหว่างนั้น นายดำได้โทรศัพท์มาที่เครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 บอกเปลี่ยนสถานที่ส่งกัญชาอัดแท่งไปที่คลอง 2 จังหวัดปทุมธานีแทน โดยให้ส่งแก่นายก๊อฟ เจ้าพนักงานตำรวจจึงควบคุมตัวพาตัวจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางไปคลอง 2 จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดต่อส่งกัญชาอัดแท่งให้แก่นายก๊อฟตามที่นายดำสั่ง แล้วให้จำเลยที่ 1 โทรศัพท์ติดต่อนัดพบนายก๊อฟ เมื่อพยานพบนายก๊อฟกับพวกแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงตัวทำการจับกุมจำเลยที่ 3 และที่ 4 นั้น เป็นแต่เพียงการสืบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายไปตามปกติของเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งต้องกระทำเช่นนั้นอยู่แล้ว กรณีจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยที่ 1 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/1 วรรคสอง และมาตรา 100/2 ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13989/2556 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายณัฐวุฒิหรือตุ้ม ใจเที่ยง กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 4 , ม. 7 , ม. 8 , ม. 26 , ม. 76/1 , ม. 100/2 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 3 , ม. 4 , ม. 6 , ม. 7 , ม. 8