ฎีกาที่ 20484/2556
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4
พ.ศ. 2517 · effective_date
มาตรา 4 ให้ยกเลิกมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 (ยกเลิก) มาตรา 11
พ.ศ. 2498 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 11 พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ (1) ในคดีอาญา มีอำนาจและหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามกฎหมายอื่น ซึ่งบัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของกรมอัยการหรือพน...
ย่อสั้น
แม้ขณะที่ผู้คัดค้านผิดสัญญาประกัน พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญาประกัน ตาม พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 (8) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นก็ตาม แต่เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมความใน ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคสอง โดยวางหลักเกณฑ์ว่า หัวหน้าสำนักงานประจำศาลยุติธรรมเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกัน และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2547 ดังนี้ อำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญาประกันจึงเป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ร้องนับแต่วันดังกล่าวด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับให้เพิกถอนหมาย บังคับคดี เฉพาะผู้คัดค้าน รวมถึงการดำเนินการ บังคับคดี แก่ผู้คัดค้านตามหมาย บังคับคดี ผู้ที่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงตกแก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกัน มิใช่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฎีกา
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากผู้คัดค้าน นางกาญจนา และนางจรรยา ร่วมกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โดยนางกาญจนาและนางจรรยาใช้ตำแหน่งข้าราชการครูเป็นหลักประกันในวงเงินคนละสองแสนบาท และผู้คัดค้านวางเงินสดสองหมื่นบาทเป็นประกัน รวมวงเงินทั้งสิ้นสี่แสนสองหมื่นบาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยโดยตีราคาประกันสี่แสนบาท ต่อมาวันที่ 29 พฤศจิกายน 2544 ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยหลบหนีไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งปรับผู้ประกันเต็มตามสัญญา ผู้ประกันทั้งสามไม่ชำระค่าปรับ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2545 ศาลชั้นต้นนำเงินสดสองหมื่นบาทที่ผู้คัดค้านวางเป็นหลักประกันมาชำระค่าปรับ วันที่ 29 พฤษภาคม 2545 โจทก์ขอให้ออกหมาย บังคับคดี แก่ผู้ประกันทั้งสาม วันที่ 13 มิถุนายน 2545 ศาลชั้นต้นออกหมาย บังคับคดี แก่ผู้ประกันทั้งสาม วันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกันยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลา บังคับคดี แก่ผู้ประกันออกไปอีก 3 ปี นับแต่วันครบกำหนดวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต วันที่ 23 สิงหาคม 2555 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลา บังคับคดี และเพิกถอนการที่เจ้าพนักงาน บังคับคดี อายัดเงินฝากของผู้คัดค้านซึ่งมีอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาเคหะร่มเกล้า และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาถนนสุขาภิบาล 3 บึงกุ่ม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม หากผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งของศาลเกี่ยวกับการ บังคับคดี ผู้ประกันไม่ถูกต้องอย่างไร ผู้ร้องชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ ให้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหมาย บังคับคดี เฉพาะผู้คัดค้าน รวมถึงการดำเนินการ บังคับคดี แก่ผู้คัดค้านตามหมาย บังคับคดี ดังกล่าวด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ในขณะที่ผู้คัดค้านผิดสัญญาประกัน พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญาประกันตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 (8) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ต่อมามีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2547 มาตรา 34 ให้เพิ่มเติมความเป็นวรรคสองของมาตรา 119 โดยบัญญัติเกี่ยวกับการ บังคับคดี ตามสัญญาประกัน ให้ศาลชั้นต้นที่พิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีนั้นมีอำนาจออกหมาย บังคับคดี เอาแก่ทรัพย์สินของบุคคลซึ่งต้องรับผิดตามสัญญาประกันได้เสมือนว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา และให้ถือว่าหัวหน้าสำนักงานประจำศาลยุติธรรมเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกันดังกล่าว และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2547 ดังนี้ อำนาจและหน้าที่ดำเนินคดีในการบังคับให้เป็นไปตามสัญญาประกันจึงเป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ร้องนับแต่วันดังกล่าวด้วย ทั้งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2554 ผู้ร้องเป็นผู้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาการ บังคับคดี แก่ผู้ประกันออกไปอีก 3 ปี และต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี อายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้าน ครั้นวันที่ 23 สิงหาคม 2555 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลา บังคับคดี และเพิกถอนการอายัดบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้าน ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนหมาย บังคับคดี เฉพาะผู้คัดค้าน รวมถึงการดำเนินการ บังคับคดี แก่ผู้คัดค้านตามหมาย บังคับคดี ดังกล่าวด้วย ดังนี้ ผู้ที่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 คือ ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนที่เกี่ยวกับหนี้ตามสัญญาประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20484/2556 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสมุทรปราการ โจทก์ ผู้อำนวยการ สำนักอำนวยการประจำศาลแขวง สมุทรปราการ ผู้ร้อง นางณภัทรกรณ์หรือนัฐบงกช วิมุกตะลพหรือโอดี ผู้คัดค้าน นายสมบัติ เวชสุวรรณ จำเลย ป.วิ.อ. ม. 119 วรรคสอง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม. 4 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 ม. 11 (8)