ฎีกาที่ 16499/2555
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 100/1
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100/1 ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ที่มีโทษจำคุกและปรับให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ โดยคำนึงถึงการลงโทษในทางทรัพย์สินเพื่อป้องปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ถ้าศา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 100/2
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100/2 ถ้าศาลเห็นว่าผู้กระทำความผิดผู้ใดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจหรือพนักงา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
นอกจากโจทก์จะฎีกากล่าวอ้างว่า พยานโจทก์ที่นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแล้ว โจทก์ยังฎีกายกเหตุที่ไม่เห็นด้วยกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ด้วย เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 แล้ว จึงเป็นฎีกาที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 216 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง, 100/2 จำคุก 2 ปี และศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 67, 100/2 ลดโทษกึ่งหนึ่งแล้ว จำคุก 3 เดือน ปรับ 5,000 บาท และรอการลงโทษ เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ และรถยนต์ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง, 100/2, 102 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 4 ปี ริบเมทแอมเฟตามีน โทรศัพท์เคลื่อนที่ และรถยนต์ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67, 100/2 จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี คุมความประพฤติจำเลยไว้ ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี กับให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรเป็นเวลา 20 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระเงินค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คืนธนบัตร โทรศัพท์เคลื่อนที่และรถยนต์ของกลางแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตาม คำพิพากษาของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลย และยึดเมทแอมเฟตามีน 15 เม็ด ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท 2 ฉบับ ฉบับละ 500 บาท 4 ฉบับ โทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลข 0 1539 4442 และรถยนต์หมายเลขทะเบียนกข 133 ภูเก็ต เป็นของกลาง คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคหนึ่ง, 100/2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน คงมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น และพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67, 100/2 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษและคุมความประพฤติไว้ ซึ่งในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามที่โจทก์ฟ้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่า เป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 40,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่โจทก์ฎีกาว่า พยานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 8 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์ในความผิดฐานนี้มานั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เฉพาะความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน สำหรับปัญหาข้อนี้เห็นควรวินิจฉัยตามคำแก้ฎีกาของจำเลยก่อนว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า นอกจากโจทก์จะฎีกากล่าวอ้างว่าพยานโจทก์ที่นำสืบมีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแล้ว โจทก์ยังได้ฎีกายกเหตุที่โจทก์ไม่เห็นด้วยกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 8 อีกด้วย เป็นการโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 แล้ว จึงเป็นฎีกาที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันถึงการสืบทราบว่าจำเลยมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน แล้วร่วมกับพวกวางแผนให้สายลับโทรศัพท์ติดต่อล่อซื้อ ภายหลังเมื่อสายลับให้สัญญาณว่าล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้แล้ว และพยานโจทก์ทั้งสองกับพวกติดตามเข้าไปตรวจค้นตัวจำเลย ก็สามารถยึดธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ เมทแอมเฟตามีน 5 เม็ด และโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ติดต่อกับสายลับได้เป็นของกลาง โดยก่อนมอบธนบัตรให้สายลับไปใช้ในการล่อซื้อ ได้นำธนบัตรไปถ่ายสำเนาและลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เป็นการดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนสมเหตุผล ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน พยานโจทก์ทั้งสองติดตามสายลับไปโดยตลอดและซุ่มดูอยู่ใกล้ ๆ เชื่อว่ามีโอกาสเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้จากคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองและแผนที่สังเขปแสดงสถานที่เกิดเหตุ จุดนัดหมายส่งมอบเมทแอมเฟตามีนอยู่ที่บริเวณริมถนนหลังพรศิริอพาร์ตเมนต์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปากซอยอิ่มจิตรมากนัก หลังจากจำเลยและสายลับส่งมอบสิ่งของให้แก่กันแล้ว จำเลยก็เดินไปขึ้นรถยนต์ของกลางและขับออกไปโดยทันที ดังนั้น ที่พยานโจทก์ทั้งสองกับพวกไม่เข้าจับกุมจำเลยในขณะที่ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับ และตามไปจับกุมจำเลยได้ที่ปากซอยอิ่มจิตร จึงไม่มีข้อพิรุธน่าสงสัยแต่อย่างใด ทั้งจำเลยยังเบิกความรับว่า ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมขณะขับรถยนต์ไปถึงบริเวณปากซอยอิ่มจิตร และเมทแอมเฟตามีน 5 เม็ด ของกลาง เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบที่ตัวจำเลยเจือสมกับคำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสอง ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน เหตุที่จำเลยถูกจับกุมเนื่องจากไม่ยอมไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนให้เจ้าพนักงานตำรวจที่จับกุมจำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ เพียงปากเดียว ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนให้น่าเชื่อถือ ทั้งเหตุตามที่จำเลยนำสืบต่อสู้ไม่ใช่เหตุร้ายแรงถึงขนาดที่พยานโจทก์ทั้งสองจะต้องสมคบกันมาเบิกความเพื่อปรักปรำจำเลยให้ต้องรับโทษหรือแต่งเรื่องขึ้นให้สลับซับซ้อนเพื่อเอาผิดกับจำเลย ข้อนำสืบของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักแก่การรับฟัง พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อจริงตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้มา ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10 เม็ด ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อและต่อมาจำเลยถูกจับกุมได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนจำนวน 5 เม็ด จำเลยจึงมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 15 เม็ด ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองจำนวน 5 เม็ด จึงไม่ถูกต้อง อย่างไรก็ดีเนื่องจากความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงดังที่ได้วินิจฉัยแล้วข้างต้น จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายได้อีก เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าข้อมูลที่จำเลยให้ตามหนังสือของพันตำรวจโทธีราณัติ ไม่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษ จำเลยไม่ควรได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/1 (ที่ถูก มาตรา 100/2) เห็นว่า ตามหนังสือและบันทึกการจับกุม ปรากฏข้อเท็จจริงว่า หลังถูกจับกุมจำเลยเป็นสายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนให้เจ้าพนักงานตำรวจ และเป็นเหตุให้สามารถจับกุมนายเสกสรรหรือโอ และนายจิระพงศ์หรือพงค์ พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีน 30 เม็ด มาดำเนินคดีได้ จากข้อเท็จจริงดังกล่าวนับว่าจำเลยเป็นผู้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ให้โทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ชอบที่จะลงโทษจำเลยน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง,100/2 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 2 ปี ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และรถยนต์ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16499/2555 พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต โจทก์ นายศุภกรหรือปุ๋ย โกยสินสก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 216 , ม. 219