ฎีกาที่ 15180/2551
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27 ทวิ
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ทวิ ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 ภายในบังคับแห่งมาตรา 102 ทวิ ถ้าบุคคลใดจะต้องถูกฟ้องตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมและใช้ค่าปรับ หรือได้ทำความตกลง หรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามที่อธิบดีจะเห็นสมค...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 4
พ.ศ. 2489 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ คำว่า “สินบน” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่ผู้นำจับ “รางวัล” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำความผิด “ผู้นำจับ” หม...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 5
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ความผิดซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย 1. การควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน 2. การศุลกากร 3. การสำรวจและกักกันข้าว 4. การป้อ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 6
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 6 ผู้นำจับมีสิทธิได้รับสินบน และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับรางวัล
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 7
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 7 สินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลางหรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ ให้จ่ายจากเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 8
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 ให้จ่ายสินบนร้อยละสามสิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางหรือค่าปรับ ในกรณีที่ไม่มีผู้นำจับ ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 9
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 9 ในการยื่นฟ้องผู้กระทำผิดซึ่งผู้นำจับหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิจะได้รับเงินสินบนหรือรางวัลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัล
ย่อสั้น
จำเลยทั้งสองร่วมกันรับไว้ซึ่งรถยนต์ของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นของที่มีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร วันรุ่งขึ้นหลังจากจำเลยทั้งสองถูกเจ้าพนักงานจับกุม จำเลยทั้งสองทำหนังสือขอทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากร โดยยินยอมยกของกลางให้ตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 102 ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้น หลังจากนั้นอธิบดีกรมศุลกากรมีคำสั่งอนุมัติให้ระงับคดี ดังนี้การใช้อำนาจของอธิบดีตามบทมาตราดังกล่าวจะต้องกระทำก่อนที่ผู้กระทำความผิดจะถูกฟ้องร้องต่อศาล เมื่อปรากฏว่าโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้นก่อนที่อธิบดีจะมีคำสั่งอนุมัติให้ระงับคดี คำสั่งดังกล่าวจึงล่วงเลยระยะเวลาที่อธิบดีกรมศุลกากรจะมีอำนาจสั่งให้งดการฟ้องร้องได้อีก
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง และจ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 4 ปี ปรับรวมเป็นเงิน 3,416,170.04 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 ปี ปรับรวมเป็นเงิน 1,708,085.02 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตัวเป็นพลเมืองดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ 2 ปี ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมจำเลยทั้งสองร้อยละยี่สิบของค่าปรับที่จำเลยทั้งสองต้องชำระข้างต้นตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ.2489 มาตรา 8 วรรคสอง หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และเมื่อศาลพิพากษาให้ปรับจำเลยทั้งสองเป็นเงินคนละตั้งแต่สี่หมื่นบาทขึ้นไป ฉะนั้น หากจำเลยทั้งสองจะต้องถูกกักขังแทนค่าปรับให้กักขังจำเลยทั้งสองไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30 ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบรถยนต์ของกลางนั้น ข้อเท็จจริงได้ความจากหนังสือที่โจทก์ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2545 ในสำนวนบัญชีสารบาญอันดับที่ 38 ว่ารถยนต์ของกลางในคดี กรมศุลกากรได้ทำการตกลงกับจำเลยทั้งสองรับไว้เป็นของแผ่นดินแล้วตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2545 กรณีจึงไม่อาจมีคำพิพากษาให้ริบทรัพย์สินซึ่งเป็นของแผ่นดินให้ตกเป็นของแผ่นดินได้อีก คำขอส่วนนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า คำสั่งอนุมัติให้ระงับคดีของอธิบดีกรมศุลกากรมีผลให้โจทก์ต้องงดการฟ้องจำเลยทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 102 วรรคแรก บัญญัติว่า "...ถ้าบุคคลใดจะต้องถูกฟ้องตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยินยอมและใช้ค่าปรับ หรือได้ทำความตกลงหรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกันตามที่อธิบดีจะเห็นสมควรแล้ว อธิบดีจะงดการฟ้องร้องเสียก็ได้ และการที่อธิบดีงดการฟ้องร้องเช่นนี้ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้กระทำผิดนั้นในการที่จะถูกฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น" บทกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรที่จะงดการฟ้องร้องคดีแก่ผู้กระทำผิดอันเกี่ยวด้วยการศุลกากรในกรณีที่ผู้กระทำผิดยินยอมและใช้ค่าปรับหรือได้ทำความตกลงหรือทำทัณฑ์บนหรือให้ประกันตามที่อธิบดีจะเห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อให้คดีระงับไปโดยมิต้องฟ้องร้องคดีต่อศาลอีก การใช้อำนาจของอธิบดีกรมศุลกากรตามบทมาตราดังกล่าว จึงต้องกระทำก่อนที่ผู้กระทำผิดจะถูกฟ้องร้องต่อศาล เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ปรากฏว่าโจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้นก่อนที่อธิบดีกรมศุลกากรจะมีคำสั่งอนุมัติให้ระงับคดี คำสั่งดังกล่าวจึงล่วงเลยระยะเวลาที่อธิบดีกรมศุลกากรจะมีอำนาจสั่งให้งดการฟ้องร้องโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ได้อีก ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำหน่ายคดีมานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ บังคับคดี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15180/2551 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสถิตย์ น้อยสุวรรณ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 ทวิ , ม. 102