ฎีกาที่ 10505/2551
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยจะผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์เป็นรายงวดรวม 7 งวด ผิดนัดงวดใดถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์ บังคับคดี ได้ ตกลงชำระงวดแรกวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 แต่จำเลยนำเงินมาวางศาลชำระหนี้ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 ช้าไปเพียง 2 วันทำการ แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี ให้ตามที่โจทก์ยื่นคำขอในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 และวันที่ 19 มีนาคม 2547 กรณีถือได้ว่ามีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นจะงดการ บังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้ เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการ บังคับคดี ตามอำนาจแห่งดุลพินิจของศาลชั้นต้น ทั้งในงวดต่อๆ มา เดือนสิงหาคม 2547 เดือนกุมภาพันธ์ 2548 เดือนสิงหาคม 2548 เดือนกุมภาพันธ์ 2549 เดือนสิงหาคม 2549 และเดือนกุมภาพันธ์ 2550 จำเลยชำระตรงตามนัดและโจทก์ได้รับชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมระงับสิ้นไป จึงไม่มีเหตุต้องออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โดยจำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 212,812 บาท แบ่งชำระเป็นรายงวดรวม 7 งวด เริ่มต้นชำระงวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 จำนวนเงิน 20,000 บาท หากจำเลยผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระและยอมให้โจทก์ บังคับคดี ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้งวดแรกจำเลยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษา ต่อมาในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 จำเลยได้นำเงินดังกล่าวมาวางศาลเพื่อชำระหนี้โจทก์ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2547 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยนำเงินมาวางชำระหนี้งวดแรกแล้วยกคำขอ ต่อมาวันที่ 19 มีนาคม 2547 โจทก์ยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี โดยอ้างว่าจำเลยผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่นำเงินมาชำระหนี้งวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยนำเงินมาวางศาลช้าไปเพียง 2 วันทำการ จะฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาผิดนัดตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ถนัด ให้ยกคำขอ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "สัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1 ระบุว่า จำเลยตกลงผ่อนชำระหนี้ให้โจทก์จำนวน 212,812 บาท โดยแบ่งชำระเป็นรายงวดรวม 7 งวด เริ่มต้นชำระงวดแรกในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 จำนวนเงิน 20,000 บาท ปรากฏว่าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2547 เป็นวันอาทิตย์ การที่จำเลยนำเงิน 20,000 บาท มาวางชำระหนี้โจทก์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2547 จึงเป็นการนำเงินมาวางศาลช้าไปเพียง 2 วันทำการ นอกจากนี้ยังปรากฏว่างวดที่ 2 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2547 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2547 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 32678/2547 เลขที่ 08 งวดที่ 3 คืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2548 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2548 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37732/2548 เลขที่ 31 งวดที่ 4 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2548 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2548 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37734/2548 เลขที่ 94 งวดที่ 5 คืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2549 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 37739/2549 เลขที่ 29 งวดที่ 6 คืองวดวันที่ 15 สิงหาคม 2549 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 42061/2549 เลขที่ 52 งวดที่ 7 อันเป็นงวดสุดท้ายคืองวดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2550 จำนวนเงิน 32,135 บาท จำเลยก็ได้นำมาวางชำระแล้วเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2549 ปรากฏตามใบรับเงินเล่มที่ 42064/2550 เลขที่ 05 จึงเห็นได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ครบถ้วนแล้วและโจทก์ก็ได้รับเงินทั้งหมดไปจากศาลชั้นต้นแล้ว แม้ในงวดแรกจำเลยจะได้ชำระช้าไปเพียง 2 วันทำการ แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี ให้ตามที่โจทก์ขอ กรณีถือได้ว่ามีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะงดการ บังคับคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 292 (2) ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจกระทำได้เพราะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการ บังคับคดี ตามอำนาจแห่งดุลพินิจของศาลชั้นต้น เมื่อปรากฏต่อมาว่าในงวดอื่นจำเลยชำระตรงตามนัดและอีกหลายงวดที่ชำระก่อนวันนัด โดยโจทก์ได้รับชำระหนี้เป็นเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาอุทัยธานี เลขที่ 0046159 ไปจากศาลชั้นต้นครบแล้ว หนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความย่อมระงับสิ้นไป กรณีจึงไม่มีเหตุต้องออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้บังคับไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10505/2551 นางชุติมา มุสิกะพงษ์ โจทก์ นางประทวน อยู่สิงห์ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 292 (2)