ฎีกาที่ 8593/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 20
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 20 ในการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ต้องหา หากมีหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าทรัพย์สินใดของผู้อื่นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดของผู้ต้องหา โดยได้รับท...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 21
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 21 คณะกรรมการ หรือเลขาธิการอาจมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินแทนแล้วรายงานให้ทราบก็ได้ โดยให้ประกาศเพื่อให้ผู้ซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินยื่นคำร้...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 22
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 22 ในการตรวจสอบทรัพย์สิน ถ้าผู้ถูกตรวจสอบหรือผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกตรวจสอบไม่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 23
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 23 เมื่อคณะกรรมการหรือเลขาธิการแล้วแต่กรณี ได้มีคำสั่งให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินใดแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์สินและประเมินราคาทรัพย์ส...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 29
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 29 บรรดาทรัพย์สินซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 27 วรรคหนึ่งนั้น ให้ศาลไต่สวน หากคดีมีมูลว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ศ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 31
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบตามมาตรา 29 และมาตรา 30 ให้ตกเป็นของกองทุน
ย่อสั้น
โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้คัดค้าน ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปรามปราบผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคสอง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกผู้คัดค้านในความผิดต่อพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ ย่อมถือได้ว่าผู้คัดค้านเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด มาก่อนตามบทบัญญติดังกล่าว ดังนั้น เงินหรือทรัพย์ของผู้คัดค้านที่มีอยู่หรือได้มาเกินฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต จึงถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ผู้คัดค้านมีหน้าที่นำสืบเพื่อพิสูจน์หักล้าง
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามในความผิดฐานร่วมกันมี ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตในระหว่างที่ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีดังกล่าว โจทก์ยื่นคำร้องว่าเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด มีคำสั่งให้ตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด และมอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ ผลการตรวจสอบปรากฏว่ามีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง 2 ประการ คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ยี่ห้อโมโตโรล่า หมายเลข 01-8591619 จำนวน 1 เครื่อง และเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ ดอนเมือง เลขที่บัญชี 081-1-05212-7 ชื่อบัญชี นางสาวอรุณ ประชาสิทธิ์ จำเลยที่ 3 จำนวนเงิน 204,078.39 บาท ต่อมาคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินวินิจฉัยว่าทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ผู้ถูกตรวจสอบจำนวน 2 รายการเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด จึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์ดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยเงินฝากไว้ ขอให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินทั้งสองรายการดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 3, 19, 20, 21, 22, 23, 27, 29, 31 จำเลยที่ 3 ยื่นคำคัดค้านว่า ทรัพย์สินที่โจทก์ร้องขอให้ศาลสั่งริบนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ขอให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินที่ยึดและอายัด และคืนแก่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้ริบเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ดอนเมือง เลขที่บัญชี 081-1-05212-7 ชื่อบัญชีของจำเลยที่ 3 ยอดเงินคงเหลือ 204,078.39 บาท ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด คำขออื่นให้ยก จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านว่า ทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน คือเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาสะพานใหม่ดอนเมือง เลขที่บัญชี 081-1-05212-7 ชื่อบัญชีจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน ยอดเงินคงเหลือ 204,078.39 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด อันเป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่งริบทรัพย์สินดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 หรือไม่ โดยจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านฎีกาว่า การริบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 นั้นจะต้องเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านได้มาจากการกระทำความผิดในคดีที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านถูกลงโทษเกี่ยวกับ ยาเสพติด นั้น โดยในคดีที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านในคดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด โจทก์ไม่ได้นำสืบให้ศาลเห็นว่าเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งให้ริบดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับ ยาเสพติด ที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านถูกลงโทษ เห็นว่า คดีนี้ เป็นเรื่องที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้าน ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติว่า "เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ถ้าปรากฏหลักฐานว่าจำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด มาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาเงินหรือทรัพย์ที่ผู้นั้นมีอยู่หรือได้มาเกินกว่าฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพ หรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด " เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านในความผิดต่อพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านเป็นผู้เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด มาก่อนตามความหมายของบทบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น เงินหรือทรัพย์สินของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านที่มีอยู่หรือได้มาเกินฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตจึงถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านมีหน้าที่นำสืบเพื่อพิสูจน์หักล้าง ฎีกาของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านที่ว่า โจทก์ไม่ได้นำสืบไว้ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ว่าเงินในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านเป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดในคดีเกี่ยวกับ ยาเสพติด ที่จำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านถูกลงโทษ ศาลย่อมไม่มีอำนาจสั่งริบจึงฟังไม่ขึ้น และเมื่อปรากฏจากทางนำสืบจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านไม่อาจนำสืบได้ว่า เงินฝากในบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต การที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ริบทรัพย์สินดังกล่าวของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด จึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8593/2548 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายศักดิ์สุพัฒน์ จารุจารีต กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 29