ฎีกาที่ 7596/2548
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย โดยให้เหตุผลว่าเป็นข้อกฎหมายไร้สาระ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2542 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 4,500,595.08 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 3,563,432.46 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยกำหนดชำระหนี้เป็นรายเดือน คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์นำเจ้าพนักงาน บังคับคดี ยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด ต่อมาวันที่ 13 พฤษภาคม 2545 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอให้งดการ บังคับคดี โดยอ้างเหตุว่าคำฟ้องของโจทก์ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 219 มาตรา 150 และมาตรา 205 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "ไม่มีเหตุงดการ บังคับคดี " (ที่ถูกต้องยกคำร้องด้วย) จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "เป็นข้อกฎหมายที่ไร้สาระไม่รับ" จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เหตุผลที่จำเลยที่ 2 อ้างในคำร้องขอให้งดการ บังคับคดี ไม่ใช่เหตุผลตามกฎหมายที่ศาลจะสั่งให้งดการ บังคับคดี ได้ ศาลชั้นต้นสั่งให้ยกคำร้องโดยอ้างว่าไม่มีเหตุที่จะงดการ บังคับคดี จึงเป็นการสั่งที่ชอบ เมื่อคำร้องขอให้งดการ บังคับคดี ของจำเลยที่ 2 ไม่มีมูลตามกฎหมายและเป็นการยื่นเข้ามาเพื่อประวิงคดีให้ล่าช้า การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการสั่งที่ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 2 ให้เหตุผลว่าเป็นข้อกฎหมายไร้สาระ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของคำสั่งของจำเลยที่ 2 คำสั่งของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 2 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 2 ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7596/2548 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายกมล มาณะเวชหรือมานะเวช กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 236