ฎีกาที่ 8367/2547
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การบอกเลิกสัญญาเช่าเพราะเหตุจำเลยต่อเติมอาคารที่เช่าและนำอาคารที่เช่าไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วงอันเป็นการปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยได้ทันทีตามสัญญา เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้วสัญญาเช่าย่อมเป็นอันสิ้นผลผูกพัน จำเลยจึงต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากอาคารที่เช่าและส่งมอบอาคารดังกล่าวคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยภายในระยะเวลาที่โจทก์กำหนด แม้โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลย ชำระค่าเช่าที่ค้างอีกภายหลังจากที่โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลย และจำเลยได้กระทำตามโดยได้ชำระค่าเช่า ที่ค้างภายในกำหนดเวลา หามีผลทำให้สัญญาเช่าซึ่งสิ้นผลผูกพันไปแล้วกลับมีผลผูกพันขึ้นมาใหม่ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารออกไปจากอาคารพิพาท และห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องหรือกระทำการใด ๆ ในอาคารดังกล่าว ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 166.66 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 1,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากอาคารที่เช่า กับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยและบริวารต่อเติมออกไป จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากอาคารพิพาท และห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องหรือกระทำการใด ๆ ในอาคารพิพาท ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 166.66 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 1,250 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากอาคารของโจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของค่าเสียหายจำนวน 166.66 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะ ชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยและบริวารต่อเติมออกไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การบอกเลิกสัญญาเพราะเหตุจำเลยต่อเติมอาคารที่เช่าและนำอาคารที่เช่าไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วง อันเป็นการปฏิบัติผิดสัญญา โจทก์มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยได้ทันที เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่า แก่จำเลยแล้วสัญญาเช่าย่อมเป็นอันสิ้นผลผูกพัน จำเลยจึงต้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากอาคารที่เช่าและ ส่งมอบอาคารดังกล่าวคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยภายในระยะเวลาที่โจทก์กำหนด การที่จำเลยและบริวารยังคงอยู่ในอาคารดังกล่าวต่อมาจึงเป็นการอยู่โดย ละเมิด โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารเป็นคดีนี้ได้ สำหรับกรณีที่โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างหลังจากที่โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแก่จำเลยแล้วนั้น หามีผลทำให้สัญญาเช่าที่สิ้นผลผูกพันไปแล้ว กลับมีผลผูกพันขึ้นมาใหม่ไม่ ดังนั้น แม้จำเลยจะได้ชำระค่าเช่าที่ค้างภายในกำหนดเวลา ก็ไม่ทำให้สัญญาเช่าที่สิ้นผลผูกพันไปแล้วกลับมีผลผูกพันขึ้นมาใหม่ จำเลยและบริวารไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในอาคารที่เช่าต่อไป พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8367/2547 การเคหะแห่งชาติ โจทก์ นายสุวิทย์ วิริยะรัมภ์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 386 , ม. 387 , ม. 544 , ม. 558 , ม. 560