ฎีกาที่ 8939/2547
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30
พ.ศ. 2534 · approved_timeline_selection
มาตรา 30 บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะ เครื่องจักรกล หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพต...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 31
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 31 ทรัพย์สินที่ศาลมีคำสั่งให้ริบตามมาตรา 29 และมาตรา 30 ให้ตกเป็นของกองทุน
ย่อสั้น
การขอให้ริบทรัพย์สินตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 มุ่งประสงค์จะให้ริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด เป็นหลัก โดยไม่คำนึงว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ การจะได้ความว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด หรือไม่ ย่อมจะต้องผ่านกระบวนการไต่สวนในเบื้องต้นเสียก่อนว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด หรือไม่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับคดีที่ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ถูกฟ้องอันเป็นคดีหลัก ตามถ้อยคำแห่ง พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 จึงบัญญัติข้อความแยกต่างหากจากการริบทรัพย์สินและขอคืนทรัพย์สิน ตามมาตรา 36 แห่ง ป.อ. ทั้งห้ามมิให้นำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับ ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่า คดีที่ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ถูกฟ้องเป็นคดีหลักและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่ารถกระบะของกลางเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด จึงให้งดไต่สวนและยกคำร้องมานั้นไม่ชอบ
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2544 เวลา 22.45 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมนายสมัยและนายไชยโญพร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 จำนวน 200 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 5.285 กรัม และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน (ป้ายแดง) ฉ - 2607 กรุงเทพมหานคร หรือลฐ - 5740 กรุงเทพมหานคร ซึ่งบุคคลทั้งสองใช้เป็นเครื่องมือหรือยานพาหนะในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด และเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด เป็นของกลาง ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นฟ้องบุคคลทั้งสองเป็นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่อศาลชั้นต้นในข้อหากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ ฯ ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ ย. 3969/2544 ของศาลชั้นต้น ขอให้ศาลมีคำสั่งริบรถยนต์กระบะของกลางให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นสองวันติดต่อกัน เพื่อให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินมายื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า รถยนต์กระบะของกลางเป็นของผู้คัดค้าน จำเลยทั้งสองไม่ได้กระทำความผิดและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีดังกล่าวแล้ว ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดไต่สวนคำร้องและให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ที่ศาลล่างทั้งสองให้งดไต่สวนและยกคำร้องมานั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า การขอให้ริบทรัพย์สินในกรณีดังกล่าว เป็นเรื่องที่ พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 มุ่งประสงค์จะให้ริบทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด หรือใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด เป็นหลัก โดยไม่คำนึงว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ การจะได้ความว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด หรือไม่ ย่อมจะต้องผ่านกระบวนการไต่สวนในเบื้องต้นเสียก่อนว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด หรือไม่ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับคดีที่ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ถูกฟ้องอันถือเป็นคดีหลัก ตามถ้อยคำแห่ง พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30 ข้างต้น จึงบัญญัติข้อความแยกต่างหากจากการริบทรัพย์สินและขอคืนทรัพย์สินตามมาตรา 36 แห่ง ป.อ. ทั้งห้ามมิให้นำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับ ดังนั้น ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าคดีที่ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ถูกฟ้องเป็นคดีหลักและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่ารถยนต์กระบะของกลางเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด จึงให้งดไต่สวนและยกคำร้องมานั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวน แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8939/2547 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้ร้อง นางชฎาพร ยศกันโท ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 30