ฎีกาที่ 10815/2546
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 10
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 10 กรรมการหรืออนุกรรมการตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด เจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาลหรือสภาท้องถิ่นอื่น ข้าราชกา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
แม้การกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ต้องด้วย พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง และ พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ต้องระวางโทษหนังขึ้นเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ในมาตรา 66 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ก็ตาม แต่โทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง บัญญัติไว้ให้จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว ซึ่งก็ไม่อาจวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ได้ ทั้งไม่อาจนำมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาปรับด้วยได้ จำเลยที่ 2 คงมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง เท่านั้น
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 , 7 , 8 , 15 , 66 วรรคสอง , 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3 , 10 ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง , 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 16 วรรคสอง , 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต เมื่อศาลลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิตแล้วจึงไม่อาจวางโทษสามเท่าของโทษที่กำหนดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ได้ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 37 ปี 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 , 66 วรรคสอง , 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ส่วนโทษจำคุกเมื่อคิดลดโทษแล้ว คงให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 33 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 มีอาชีพทำนา จำเลยที่ 2 มีอาชีพรับราชการเป็นครู ในวันเวลาเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้ขณะที่จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์กระบะคันของกลางของจำเลยที่ 2 ไปถึงบริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรตำบลคำย่อ โดยพันตำรวจโทวิเศษ ชัยสงคราม กับพวกซึ่งตั้งด่านตรวจได้เรียกให้หยุดรถและจับกุมจำเลยทั้งสองกล่าวหาว่าร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แล้วนำจำเลยทั้งสองไปดำเนินคดีพร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนและรถยนต์กระบะเป็นของกลาง? พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจริง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้วางโทษจำคุกจำเลยที่ 2 สามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 นั้น ยังไม่ถูกต้องเนื่องจากว่าแม้การกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 ต้องตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 เป็นเรื่องที่จะต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ในมาตรา 66 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 แต่โทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ระวางโทษไว้ให้จำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต เมื่อวางโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจที่จะระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ได้ ทั้งนำมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาปรับด้วยไม่ได้ จำเลยที่ 2 คงมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง เท่านั้น จึงเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง? พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง , 66 วรรคสอง , 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เมื่อลดโทษให้แก่จำเลยทั้งสองคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 แล้วคงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10815/2546 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสว่างแดนดิน โจทก์ นายบรรลือ ชัชวาลย์ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 วรรคสอง , ม. 66 วรรคสอง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 10