ฎีกาที่ 6923/2546
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามฯ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 เป็นบทกำหนดโทษ ให้ระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดในกรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด เมื่อศาลลงโทษจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายรักษาความสงบ เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตประกอบ พ.ร.บ. มาตรการในการ ปราบปรามฯ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 โดยระวางโทษเป็นสามเท่าแล้วให้ประหารชีวิตไม่ถูกต้อง เพราะกรณี ไม่มีทางที่จะระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตได้ จึงนำมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติ ดังกล่าวข้างต้นมาปรับด้วยไม่ได้ จำเลยที่ 1 คงมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 66 วรรคสอง เท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องระวางโทษเป็นสามเท่า แต่เมื่อโทษตามมาตรา 66 วรรคสอง กำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต การที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ให้สูงกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตโดยให้ประหารชีวิตก่อนลดโทษให้นั้นเหมาะสมแล้ว ปัญหาดังกล่าวเป็น ข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 4, 10 ป.อ. มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (ที่ถูกวรรคหนึ่งด้วย), 66 วรรคสอง พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ป.อ. มาตรา 83 จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (ที่ถูกวรรคหนึ่งด้วย), 66 วรรคสอง ป.อ. มาตรา 83 เมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยทั้งสองมีไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น เมื่อระวางโทษเป็นสามเท่าแล้วคงให้ประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 สำหรับจำเลยที่ 1 ประกอบ ป.อ. มาตรา 52 (1) คงจำคุกตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ประกอบป.อ. มาตรา 53 คงจำคุกมีกำหนด 33 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ประกอบด้วย พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 โดยเมื่อระวางโทษเป็นสามเท่าแล้วคงให้ประหารชีวิตนั้นไม่ถูกต้อง เพราะตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง ผู้กระทำความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนซึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต และตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ. มาตรการในการปรามปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 เป็นบทกำหนดโทษ กรณีจึงไม่มีทางที่จะระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตได้ จึงนำมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติดังกล่าวมาปรับด้วยไม่ได้ จำเลยที่ 1 คงมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 66 วรรคสอง เท่านั้น และเมื่อจำเลยที่ 1 เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งจะต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แต่เมื่อโทษตามมาตรา 66 วรรคสอง กำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ดังนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ให้สูงกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยให้ประหารชีวิตก่อนลดโทษให้นั้นเป็นการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสมแล้ว ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ และ แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจะได้มี พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 66 แห่ง พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลยทั้งสองจึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับ แก่จำเลยทั้งสอง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 66 วรรคสอง ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. มาตรา 90 จำเลยที่ 1 เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นให้ประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา 78 สำหรับจำเลยที่ 1 ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา 52 (1) คงจำคุก ตลอดชีวิต สำหรับจำเลยที่ 2 ประกอบด้วย ป.อ. มาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6923/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมเดช พุทธรักษา กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 66 วรรคสอง พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 ม. 10