ฎีกาที่ 6537/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 (ยกเลิก) มาตรา 4
พ.ศ. 2530 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ “เทปหรือวัสดุโทรทัศน์” หมายความว่า (1) วัสดุที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กหรือสารอื่นใดซึ่งได้บันทึกภาพหรือถ่ายทอดภาพโดยการเปลี่ยนสัญญาณเป็นกระแสไฟฟ้า หรือ (2)...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 (ยกเลิก) มาตรา 6
พ.ศ. 2530 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 6 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายด้วยประการใด ๆ ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์ โดยทำเป็นธุรกิจหรือโดยได้ประโยชน์ตอบแทนด้วยการคิดค่าบริการในรูปของค่าธรรมเนี...
ย่อสั้น
การกระทำของจำเลยในความผิดฐาน ละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าและฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับ มีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกันทั้งเจตนาในการกระทำความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวสามารถแยกต่างหากจากกันได้ จึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน (วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา) การกระทำของจำเลยในความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งวิดีโอซีดีลามก เป็นความผิดต่อกฎหมายต่างฉบับกัน มีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดก็สามารถแยกต่างหากจากกันกับความผิดฐาน ละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าและฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตได้ จึงเป็นความผิดอีกรรมหนึ่งแยกต่างหากจากความผิดสองฐานดังกล่าว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 เป็นความผิดที่มีอัตราโทษอย่างสูงให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อความผิดดังกล่าวศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ลงโทษจำเลยปรับไม่เกิน 5,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 39 (4) (วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4 , 6 , 8 , 15 , 30 , 31 , 69 , 70 , 73 , 75 , 76 และ 78 พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 4 , 6 และ 34 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32 , 33 , 91 และ 287 วางโทษปรับจำเลยเป็นสองเท่าของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ ริบแผ่นซีดีของกลางทั้งหมดโดยให้แผ่นซีดีเพลงจำนวน 104 แผ่น แผ่นซีดีรอม (เอ็มพี 3) จำนวน 248 แผ่น และแผ่นวีซีดีคาราโอเกะจำนวน 177 แผ่น ของกลางที่ ละเมิด ลิขสิทธิ์รวมจำนวน 529 แผ่น ตกเป็นของผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ กับสั่งจ่ายเงินค่าปรับฐาน ละเมิด ลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษตามคำฟ้องจริง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 (ที่ถูกมาตรา 31(1)) และ70 วรรคสอง พระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง และ 34 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ให้วางโทษเป็นสองเท่า จำคุก 1 ปี และปรับ 400,000 บาท ความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 ปรับ 20,000 บาท ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ปรับ 6,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี ปรับ 426,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 213,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบแผ่นซีดีของกลางทั้งหมด (ที่ถูกริบแผ่นวิดีโอซีดีลามกจำนวน 4 แผ่น) โดยให้แผ่นซีดีเพลง แผ่นซีดีรอม (เอ็มพี 3) และแผ่นวีซีดีคาราโอเกะจำนวน 529 แผ่น ตกเป็นของผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จ่ายค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาเป็นจำนวนกึ่งหนึ่งของค่าปรับตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 76 แก่ผู้เสียหายทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐาน ละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าและฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับ มีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวสามารถแยกต่างหากจากกันได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน คำพิพากษาฎีกาที่ 4537-4540/2543 (ประชุมใหญ่) ที่จำเลยอ้างมาเป็นเรื่องที่จำเลยในคดีดังกล่าวมีเจตนาเดียวที่จะเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมในวันเวลาเดียวกันหรือคราวเดียวกัน เพียงแต่แยกวางเสนอจำหน่ายสินค้าจำนวนดังกล่าวในสถานที่ต่างกันจึงเป็นความผิดกรรมเดียว ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ส่วนความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งวีดีโอซีดีลามก ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เห็นว่า การกระทำของจำเลยในความผิดฐานนี้เป็นความผิดต่อกฎหมายต่างฉบับกัน มีองค์ประกอบแห่งความผิดที่แตกต่างกัน ทั้งเจตนาในการกระทำความผิดก็สามารถแยกต่างหากจากกันกับความผิดสองฐานแรกได้เช่นกัน การกระทำของจำเลยในความผิดฐานนี้จึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้กำหนดโทษจำคุกและโทษปรับในสถานเบา กับกำหนดระยะเวลาในการรอการลงโทษจำคุกให้สั้นลงนั้น ในส่วนของความผิดฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายและทำให้แพร่หลายซึ่งวิดีโอซีดีภาพยนตร์ลามกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 นั้นเป็นความผิดที่มีอัตราโทษอย่างสูงตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อความผิดดังกล่าวศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้ลงโทษจำเลยปรับไม่เกิน 5,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 39 (4) อุทธรณ์ของจำเลยที่ขอให้กำหนดโทษปรับในความผิดฐานนี้สถานเบาอันเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษจำเลยของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางรับอุทธรณ์ของจำเลยในความผิดฐานนี้มาด้วยนั้นเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐาน ละเมิด ลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าเมื่อวางเฉพาะโทษปรับเป็นสองเท่าแล้ว จำคุก 6 เดือน และปรับ 200,000 บาท ฐานประกอบกิจการให้เช่าหรือจำหน่ายเทปหรือวัสดุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 10,000 บาท รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 210,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 105,000 บาท เมื่อรวมกับโทษปรับฐานมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งวิดีโอซีดีลามก 3,000 บาท แล้ว เป็นจำคุก 3 เดือน และปรับ 108,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามเดิม และกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยไว้ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 4 เดือน ต่อครั้ง มีกำหนด 1 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6537/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวฐนิตา ปีกกลาง จำเลย ป.อ. ม. 91 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม. 31 , ม. 70 พ.ร.บ.ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 ม. 6 , ม. 34