ฎีกาที่ 5299/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ตกลงซื้อขายเมทแอมเฟตามีนกันจำนวน 8,000 เม็ด ราคา 400,000 บาท แต่จำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบถุงเมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งมีจำนวน 6,800 เม็ด แก่เจ้าพนักงานตำรวจซึ่งไม่ตรงตามที่ตกลงซื้อขายกัน และเจ้าพนักงานตำรวจได้รับมอบมาแล้วถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางอันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว แม้ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจะตรวจนับพบว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางยังขาดจำนวนตามที่ตกลงกันไว้ และได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้จำเลยที่ 1 ถือไว้โดยทำทีที่จะนับเงินให้ตามจำนวนราคาเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยที่ 1 บอกก็เพื่อถ่วงเวลาหาโอกาสส่งสัญญาณให้เจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มดูเพื่อเข้าจับกุมจำเลยที่ 1 กับพวก ที่ร่วมกันกระทำความผิดก็ตาม ก็หาทำให้การกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 กับพวก ซึ่งเป็นความผิดสำเร็จแล้ว กลับกลายเป็นเพียงความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางไม่ การปรับบทความผิดและลงโทษเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยที่ 2 ด้วยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 , 7 , 8 , 15 , 66 , 102 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง , 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่ตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง , 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 , 83 ฐานร่วมกันมี ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานร่วมกันพยายามจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 ลงโทษฐานร่วมกันมี ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 33 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ได้ร่วมกันกระทำความผิดรายนี้หรือไม่? พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบกันมีน้ำหนักรับฟังได้มั่นคงปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ที่นำสืบว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนของกลางก็ดี ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายก็ดี ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนโดยเจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้แจ้งข้อหาให้ทราบและไม่ได้อ่านข้อความให้ฟังก่อนก็ดี เป็นข้อต่อสู้ที่เลื่อนลอยปราศจากพยานหลักฐานสนับสนุนให้รับฟังเป็นความจริง พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ไม่สามารถรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฟังไม่ขึ้น แต่การที่จำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบถุงเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่จ่าสิบตำรวจสุเทพตามที่ตกลงซื้อขายกัน และจ่าสิบตำรวจสุเทพได้รับมอบมาแล้วนั้น ถือได้ว่า จำเลยที่ 1 ได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางแก่จ่าสิบตำรวจสุเทพอันเป็นความผิดสำเร็จแล้ว แม้ต่อมาจ่าสิบตำรวจสุเทพจะตรวจนับพบว่าเมทแอมเฟตามีนของกลางยังขาดจำนวนตามที่ตกลงกันไว้และได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้จำเลยที่ 1 ถือไว้ โดยทำทีที่จะนับเงินให้ตามจำนวนราคาเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยที่ 1 บอก ก็เพื่อถ่วงเวลาหาโอกาสส่งสัญญาณให้เจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มดูอยู่เข้าจับกุมจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ที่ร่วมกันกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ก็ตาม ก็หาทำให้การกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นความผิดสำเร็จแล้ว กลับกลายเป็นเพียงความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย แต่โจทก์มิได้ฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษ จึงไม่อาจลงโทษให้หนักไปกว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ แต่เห็นสมควรปรับบทลงโทษเสียให้ถูกต้อง และเนื่องจากการปรับบทลงโทษเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี แม้จำเลยที่ 2 ไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยที่ 2 ด้วยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225 อนึ่ง แม้ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจะได้มีพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 มาตรา 8 และมาตรา 19 ยกเลิกความในมาตรา 15 และมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน แต่คดีนี้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณจึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยทั้งสี่ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5299/2545 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายจำลอง วิรัตน์ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 80 , ม. 83 ป.วิ.อ. ม. 213 , ม. 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 15 , ม. 66