ฎีกาที่ 4768/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2545 (ยกเลิก) มาตรา 8
พ.ศ. 2545 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 กรรมการซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งสองปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (ยกเลิก) มาตรา 7
พ.ศ. 2534 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 7 ผู้ใดพยายามกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมจำเลยนั้น จำเลยได้กลืนโคคาอีนลงไปในกระเพาะอาหารของจำเลยแล้ว และจำเลยมีตั๋วโดยสารเครื่องบินเรียบร้อยพร้อมที่จะขึ้นเครื่องบินซึ่งใกล้จะถึงเวลาที่จะบินออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพ ถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในฐานส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีนแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะเจ้าพนักงานตรวจพบการกระทำความผิดและจับกุมจำเลยได้เสียก่อน การกระทำของจำเลยจึงเข้าขั้นพยายามตาม ป.อ. มาตรา 80 อันเป็นความผิดฐานพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีนแล้ว ความผิดฐานมีโคคาอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัมนั้น พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดกำหนดโทษจำคุกและปรับ แต่ พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังกระทำความผิดกำหนดโทษจำคุกหรือปรับ ฉะนั้นเมื่อกฎหมายที่แก้ไขใหม่อาจลงโทษปรับเพียงสถานเดียว จึงเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ต้องบังคับใช้ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่แก่จำเลย ความผิดฐานส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีนนั้น โทษจำคุกตามกฎหมายเดิมและกฎหมายที่แก้ไขใหม่มีอัตราโทษเท่ากัน แต่โทษปรับตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่หนักกว่ากฎหมายเดิม กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดจึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องบังคับใช้ตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแก่จำเลย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 16, 17, 68, 69, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 7, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 16, 17 วรรคหนึ่ง, 68 วรรคสอง, 69 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 69 วรรคสาม) พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานพยายามส่งออกโคคาอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 2 ซึ่งต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดสำเร็จ อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย 10 ปี ริบโคคาอีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องพิจารณาตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีนหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติแล้วว่า ขณะที่ร้อยตำรวจเอก ส. กับพวกเข้าจับกุมจำเลยนั้น พบจำเลยที่บริเวณชั้น 3 ของอาคารผู้โดยสารขาออก โดยขณะนั้นจำเลยได้กลืนโคคาอีน ลงไปในกระเพาะอาหารของจำเลยแล้วและจำเลยมีตั๋วโดยสารเครื่องบินเรียบร้อยพร้อมที่จะขึ้นเครี่องบินซึ่งใกล้จะถึงเวลาที่จะบินออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพอีกด้วย ถือได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดในฐานส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีนแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะเจ้าพนักงานตรวจพบการกระทำความผิดของจำเลยและจับกุมจำเลยได้เสียก่อน ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าขั้นพยายาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 อันเป็นความผิดฐานพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีนแล้ว หาใช่เป็นเพียงขั้นตระเตรียมการไม่ อนึ่ง ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ. 2545 มาตรา 8 และมาตรา 20 ยกเลิกความในมาตรา 16 มาตรา 68 และมาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ข้อความใหม่แทน กล่าวคือ ในความผิดฐานมีโคคาอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัม ตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง, 69 วรรคสาม เดิมมีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสองแสนบาท แต่มาตรา 69 วรรคสาม ที่แก้ไขใหม่ กรณีโคคาอีนที่มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่ถึงหนึ่ร้อยกรัม มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงยี่สิบปี หรือปรับ ตั้งแต่หกหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เมื่อโคคาอีนในคดีนี้มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 37.214 กรัม เห็นได้ว่า แม้โทษจำคุกตามกฎหมายเดิมและที่แก้ไขใหม่จะมีอัตราโทษเท่ากันและโทษปรับตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่จะหนักกว่ากฎหมายเดิมก็ตาม แต่ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่อาจลงโทษปรับเพียงสถานเดียวก็ได้ กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดจึงเป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ต้องบังคับใช้ตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่แก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 และในความผิดฐานส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีน ตามมาตรา 16 เดิม, 68 วรรคสองเดิม มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ยี่สิบปีถึง จำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท แต่ตามมาตรา 16 ที่แก้ไขใหม่, 68 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ยี่สิบปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองล้านบาทถึงห้าล้านบาท เห็นได้ว่าแม้โทษจำคุกตามกฎหมายเดิมและที่แก้ไขใหม่จะมีอัตราโทษเท่ากัน แต่โทษปรับตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่หนักกว่ากฎหมายเดิม กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดจึงไม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องบังคับใช้ตาม กฎหมาที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแก่จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดฐานมีโคคาอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำเลยมีความผิดตาม พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง, 69 วรรคสาม (ที่แก้ไขใหม่) และในความผิดฐานพยายามส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งโคคาอีนจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 16 (เดิม) , 68 วรรคสอง (เดิม) ประกอบพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 7 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80 ส่วนโทษและนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4768/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายโจชัว เนอตี้ จำเลย ป.อ. ม. 3 , ม. 80 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 16 , ม. 68 , ม. 69 พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 ม. 8 , ม. 20