ฎีกาที่ 7338/2545
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
จำเลยโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างซึ่งจำเลยจะได้รับจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ท. จำกัด เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2540 ต่อมาวันที่ 29 เมษายน 2542 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ท. จำกัด โอนสินทรัพย์และหนี้สินรวมทั้งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก. จำกัด (มหาชน) และวันเดียวกันบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก. จำกัด (มหาชน) โอนสินทรัพย์และหนี้สินรวมทั้งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง โดยการโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างดังกล่าวนับแต่วันที่ 24 เมษายน 2540 และผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 เมษายน 2542 การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี อายัดสิทธิเรียกร้องนั้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2542 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่ผู้ร้องได้ไปซึ่งสิทธิเรียกร้องนั้น และจำเลยไม่มีสิทธิเรียกร้องดังกล่าวแล้ว การอายัดดังกล่าวจึงเป็นการ บังคับคดี ที่ฝ่าฝืนต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 310 ทวิ ประกอบมาตรา 311 โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นอายัดเงินตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ผู้ร้องมิใช่บุคคลภายนอกที่เป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องจึงไม่จำต้องคัดค้านคำสั่งอายัดก่อนการกีฬาแห่งประเทศไทยส่งเงินไปยังเจ้าพนักงาน บังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 312 วรรคสอง บทบัญญัติดังกล่าวจึงมิได้ใช้บังคับแก่ผู้ร้อง การอายัดของเจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่ได้รับชำระหนี้ ผู้ร้องย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัดได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 280 ประกอบมาตรา 296 วรรคหนึ่ง
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,195,488.38 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยในเงินค่าก่อสร้างไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทยและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ท. ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี อายัดสิทธิเรียกร้องไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทยและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ท. ตามจำนวนเงินที่โจทก์ได้รับตามคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัดสิทธิเรียกร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ถอนการอายัดเงินจำนวน 1,522,321 บาท ของเจ้าพนักงาน บังคับคดี ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัดเงินจำนวน 1,522,321 บาท ของเจ้าพนักงาน บังคับคดี ตามที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำสั่งศาลชั้นต้นว่า จำเลยโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างจำนวน 284,100,000 บาท ซึ่งจำเลยจะได้รับจากการกีฬาแห่งประเทศไทยให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ท. เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2540 ต่อมาวันที่ 29 มกราคม 2542 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ท. ได้โอนสินทรัพย์และหนี้สิน รวมทั้งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก. และในวันเดียวกันนั้น บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ก. ได้โอนสินทรัพย์และหนี้สิน รวมทั้งสิทธิเรียกร้องดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง การโอนสิทธิเรียกร้องชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 และพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 มาตรา 38 ตรี ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างดังกล่าวนับแต่วันที่ 24 เมษายน 2540 และผู้ร้องมีสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างดังกล่าวนับแต่วันที่ 29 มกราคม 2542 การที่โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นสิทธิเรียกร้องของจำเลย และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงาน บังคับคดี อายัดสิทธิเรียกร้องนั้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2542 อันเป็นเวลาภายหลังจากที่ผู้ร้องได้ไปซึ่งสิทธิเรียกร้องนั้น และจำเลยไม่มีสิทธิเรียกร้องดังกล่าวแล้ว การอายัดดังกล่าวจึงเป็นการ บังคับคดี ที่ฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 310 ทวิ ประกอบมาตรา 311 โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิขอให้ศาลชั้นต้นสั่งอายัดเงินตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ส่วนที่โจทก์อ้างว่า ผู้ร้องมิได้คัดค้านคำสั่งอายัดก่อนการกีฬาแห่งประเทศไทยส่งเงินไปยังเจ้าพนักงาน บังคับคดี จึงไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 312 วรรคสอง นั้น ผู้ร้องมิใช่บุคคลภายนอกที่เป็นลูกหนี้แห่งสิทธิเรียกร้อง บทบัญญัติดังกล่าวจึงมิได้ใช้บังคับแก่ผู้ร้อง และที่โจทก์อ้างว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิเรียกร้องขอให้เพิกถอนการอายัดเพราะมิใช่ผู้มีส่วนได้เสียนั้น การอายัดของเจ้าพนักงาน บังคับคดี เป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่ได้รับชำระหนี้ ผู้ร้องย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียซึ่งมีสิทธิร้องขอให้เพิกถอนการอายัดนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 ประกอบมาตรา 296 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7338/2545 บริษัทเม็ททอลลิก้า อลูมินั่ม จำกัด โจทก์ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง บริษัทเอสทีเอ็น คอนสตรัคชั่น จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 306 ป.วิ.พ. ม. 280 , ม. 296 วรรคหนึ่ง , ม. 310 ทวิ , ม. 311 พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ.2505 ม. 38 ตรี