ฎีกาที่ 9072/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 และ ป.อ. มาตรา 32 มีเจตนารมณ์มุ่งประสงค์ให้ศาลต้องสั่งริบ ยาเสพติด ให้โทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้เสียทั้งสิ้นซึ่งเป็นบทบังคับเด็ดขาด ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้ขอให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางมา แต่เมื่อโจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้วว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้ยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ ศาลจึงมีอำนาจสั่งริบได้ กรณีเป็นการพิพากษาหรือสั่งตามที่โจทก์ได้กล่าวมาในฟ้องแล้ว ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 , 8 , 15 , 67 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง , 67 , 102 จำคุก 5 ปี ริบของกลางที่เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยพร้อมกับยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 52 เม็ด เป็นของกลาง? ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 บัญญัติว่า บรรดา ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5? ให้ริบเสียทั้งสิ้น ซึ่งตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เรื่องระบุชื่อและประเภท ยาเสพติด ให้โทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็น ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 และ ป.อ. มาตรา 32 บัญญัติว่า ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิดให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำผิดและมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวซึ่งเป็นบทเฉพาะและบททั่วไปมีความสอดคล้องต้องกันและมีเจตนารมณ์มุ่งประสงค์ให้ศาลต้องสั่งริบ ยาเสพติด ให้โทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้เสียทั้งสิ้น ซึ่งเป็นบทบังคับเด็ดขาด ฉะนั้น แม้โจทก์จะมิได้ขอให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางมา แต่เมื่อโจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้วว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้ยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ ศาลก็มีอำนาจสั่งริบเมทแอมเฟตามีนของกลางได้ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว กรณีเป็นการพิพากษาหรือสั่งตามที่โจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้ว จึงไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นอ้างได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9072/2544 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ นางนุศรา แก้วแช่ม จำเลย ป.อ. ม. 32 ป.วิ.อ. ม. 192 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 102