ฎีกาที่ 8883/2544
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
จำเลยนำฎีกาในคดีเรื่องอื่นมายื่นในคดีนี้ จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 8 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 8 ปี รวมจำคุกคนละ 16 ปี ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุกคนละ 6 ปี ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุกคนละ 6 ปี รวมจำคุกคนละ 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ในชั้นพิจารณาปรากฏข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เวลา สถานที่ บุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของจำเลยทั้งสองว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้รับแจ้งจากชุดการข่าวว่าจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภริยากันได้ลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จึงได้วางแผนให้สิบตำรวจตรีเดโชปลอมตัวเป็นสายลับไปล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนที่บ้านของจำเลยทั้งสอง โดยใช้ธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 10 ฉบับ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 100 เม็ด ให้สิบตำรวจตรีเดโช ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับเงิน หลังจากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจได้จับกุมจำเลยทั้งสองทันที และค้นพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อและเมทแอมเฟตามีนจำนวน 3 เม็ด ที่ตัวจำเลยที่ 2 กับพบหลอดดูดเครื่องดื่ม 44 หลอด และถุงพลาสติก 1 ใบ ในห้องนอนของจำเลยทั้งสอง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 ฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสอง แต่ตามฎีกาของจำเลยทั้งสองกลับอ้างว่ามีการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนในร้านวันทาคาราโอเกะ ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของร้าน จำเลยที่ 1 เป็นพ่อครัว ธนบัตรที่สายลับใช้ล่อซื้อมีทั้งฉบับละ 1,000 บาท 500 บาท และ 100 บาท เจ้าพนักงานตำรวจพบธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อในลิ้นชักโต๊ะที่จำเลยที่ 2 นั่งอยู่ เมื่อพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่า มูลคดีที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างในฎีกาเป็นคนละเรื่องกับคดีนี้ ทั้งจำนวนและชนิดของธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ รวมทั้งสถานที่เกิดเหตุก็ไม่ใช่สถานที่เดียวกันกับคดีนี้ ยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์ระหว่างจำเลยทั้งสองที่กล่าวในฎีกาก็ต่างกับคดีนี้โดยสิ้นเชิง กล่าวคือ คดีนี้จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน ส่วนตามฎีกาของจำเลยทั้งสองนั้น จำเลยที่ 1 เป็นพ่อครัวในร้านวันทาคาราโอเกะ จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของร้าน ประการสำคัญเนื้อหาในฎีกาของจำเลยทั้งสองไม่มีข้อโต้แย้งคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในคดีนี้ว่า ไม่ชอบ ไม่ถูกต้องอย่างใด ฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองมา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลยทั้งสอง. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8883/2544 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายพงษ์ศักดิ์ ตังสุรัตน์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. ม. 216