ฎีกาที่ 8988/2543
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 11 บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรจะต้องเดินทางเข้ามาหรือออกไปตามช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่และตามกำหนดเวลา ทั้งนี้ ตามที่รัฐมนตรีจะไ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 62
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 62 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11 หรือมาตรา 18 วรรคสอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งมีสัญชาติไทย ต้องระวางโทษปรับไม่เกินส...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 81
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 81 คนต่างด้าวผู้ใดอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุดหรือถูกเพิกถอน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
ย่อสั้น
แม้จำเลยที่ 3 ไม่ได้มีส่วนในการเจรจาตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบให้ร้อยตำรวจเอก พ. โดยตรงก็ตามแต่การที่จำเลยที่ 3 นำเมทแอมเฟตามีนไปมอบให้แก่จำเลยที่ 2 และยังคงรออยู่ในที่เกิดเหตุจนกระทั่งถูกจับกุมนั้น น่าเชื่อว่าเป็นเพราะคอยรับเงินจากการจำหน่ายตามคำเบิกความของพลตำรวจ อ. การกระทำของจำเลยที่ 3เป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการครอบครองและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางโดยจำเลยที่ 3 ทำหน้าที่เป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนไปยังที่เกิดเหตุ ส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อให้จำเลยที่ 2 นำไปส่งมอบให้ร้อยตำรวจเอก พ.ผู้ล่อซื้ออีกต่อหนึ่งจำเลยที่ 3 จึงเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายตามฟ้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 11, 12, 18, 62, 81 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยทั้งสามขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นปฏิเสธ เฉพาะจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพความผิดต่อพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ต่อมาจำเลยที่ 2ให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง,66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 2มีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,81 อีกสองกระทงด้วย การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ 40 ปี และลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานเป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 เดือน ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 4 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 40 ปี 8 เดือน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 26 ปี 8 เดือน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2มีกำหนด 20 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายตามฟ้องหรือไม่โจทก์มีร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ ปัญจประทีป และพลตำรวจเอกชัย บัวใหญ่เบิกความเป็นพยานในทำนองเดียวกันว่า ก่อนเกิดเหตุคือวันที่ 13 พฤษภาคม2540 เวลาประมาณ 10 นาฬิกา ได้มีสายลับไปแจ้งต่อร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ว่ามีหญิงชื่อนางจิ๋มลักลอบจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอยู่บริเวณวัดลาดพร้าวร้อยตำรวจเอกไพโรจน์จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเพื่อขออนุมัติเบิกเงินล่อซื้อและวางแผนจับกุม โดยร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ปลอมตัวเป็นผู้ซื้อ ยาเสพติด ส่วนพลตำรวจเอกชัยเป็นผู้ติดตาม ในวันดังกล่าวร้อยตำรวจเอกไพโรจน์กับพลตำรวจเอกชัยและสายลับได้พากันไปเจรจาซื้อเมทแอมเฟตามีนจากกลุ่มของนางจิ๋มตามที่สายลับติดต่อไว้ โดยไปจอดรถที่ลานจอดรถวัดลาดพร้าว สายลับไปพบนางจิ๋มที่แฟลตภาวนาซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับวัดลาดพร้าว จากนั้นได้พานางจิ๋มมาพบร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ที่ลานจอดรถ ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์เจรจาขอซื้อเมทแอมเฟตามีน ซึ่งนางจิ๋มตกลงจะจำหน่ายให้จำนวน 60 ถุงในราคาถุงละ 15,000 บาท และนัดส่งมอบในวันรุ่งขึ้นที่แฟลตภาวนาเวลา13 นาฬิกา ต่อมาในวันที่ 14 พฤษภาคม 2540 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์กับพลตำรวจเอกชัยและสายลับได้พากันไปที่แฟลตภาวนาโดยใช้รถยนต์เก๋งของร้อยตำรวจเอกไพโรจน์เป็นพาหนะสายลับขึ้นไปบนแฟลตและนำนางจิ๋ม จำเลยที่ 1 และที่ 2 ลงมาพบร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ซึ่งคอยอยู่ที่รถยนต์ จำเลยที่ 2 ขอเปลี่ยนสถานที่ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนใหม่เป็นที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี โดยให้ไปรับของเวลา 15 นาฬิกา ขณะที่นางจิ๋มกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 กลับขึ้นไปบนแฟลตภาวนา ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ได้วิทยุแจ้งให้ร้อยตำรวจโทโยธิน ทิพย์สุข กับพวก ซึ่งซุ่มคอยจับกุมอยู่ในบริเวณดังกล่าว ทราบถึงสถานที่และเวลาที่นัดส่งมอบเมทแอมเฟตามีนใหม่ ต่อมาร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ พลตำรวจเอกชัย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้พากันไปที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน โดยรถยนต์ของร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ ระหว่างทางจำเลยที่ 1 และที่ 2 ขอดูเงินที่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์เตรียมไว้ล่อซื้อ ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์นำเงินซึ่งใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ดูจนเป็นที่พอใจ พลตำรวจเอกชัยซึ่งเป็นคนขับรถได้จอดรถไว้ที่ลานจอดรถชั้นที่ 2 จากนั้นพลตำรวจเอกชัยพร้อมด้วยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าชั้นที่ 1 ซึ่งเป็นศูนย์ขายอาหาร ส่วนร้อยตำรวจเอกไพโรจน์คอยอยู่ในรระหว่างทางไปที่ศูนย์ขายอาหาร พลตำรวจเอกชัยได้พบสายลับซึ่งแยกเดินทางมาต่างหากจึงร่วมไปที่ศูนย์ขายอาหารด้วยกัน เมื่อเข้าไปในบริเวณศูนย์ขายอาหารพบจำเลยที่ 3 กับนายยี่หรือแสงนั่งรับประทานอาหารอยู่จำเลยที่ 2 ได้เข้าไปพูดคุยกับจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ได้ส่งถุงกระดาษของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนของกลางอยู่ในถุงให้แก่จำเลยที่ 2 จากนั้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 นายยี่หรือแสงสายลับและพลตำรวจเอกชัยได้พากันไปพบร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ซึ่งรออยู่ที่รถเมื่อไปถึงจำเลยที่ 2 ได้ส่งถุงกระดาษซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนให้แก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์จึงส่งสัญญาณให้เจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มอยู่เข้ามาจับกุมจำเลยที่ 1 ที่ 2 และนายยี่หรือแสง จากนั้นพลตำรวจเอกชัยได้นำเจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปจับกุมจำเลยที่ 3 ขณะที่ยังนั่งอยู่ในร้านอาหารภายในศูนย์ขายอาหารของห้างสรรพสินค้าเพื่อรอรับเงิน คำเบิกความของพยานโจทก์ทั้งสองดังกล่าวสอดคล้องต่อเนื่องกันในสาระสำคัญนับตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุที่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มของนางจิ๋มลักลอบจำหน่าย ยาเสพติด ให้โทษ จนกระทั่งมีการล่อซื้อและจับกุมจำเลยทั้งสามกับนายยี่หรือแสงได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 6,000 เม็ด นอกจากนี้ก็ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ต่างให้การรับสารภาพทั้งในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนว่าได้ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่ผู้ล่อซื้อจริงตามบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 และบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย ป.จ.1และ ป.จ.3 บันทึกการจับกุมและบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาดังกล่าวเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมได้แจ้งข้อหาต่อจำเลยที่ 1 และที่ 3 ในทันทีที่เข้าจับกุม และพนักงานสอบสวนได้สอบถามคำให้การจำเลยที่ 1 และที่ 3ในวันเดียวกันนั้นเอง น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ให้การรับสารภาพด้วยความสมัครใจตามความเป็นจริง จึงเชื่อว่าร้อยตำรวจเอกไพโรจน์และพลตำรวจเอกชัยได้เบิกความตามความเป็นจริง พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 1ร่วมกับนางจิ๋มและจำเลยที่ 2 มาพบร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ในเรื่องนัดหมายส่งมอบเมทแอมเฟตามีนที่ลานจอดรถแฟลตภาวนา แล้วขอเปลี่ยนแปลงสถานที่กับเวลานัดหมายส่งมอบเมทแอมเฟตามีนใหม่เป็นที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เวลา 15 นาฬิกา และในระหว่างการเดินทางไปยังที่นัดหมายแห่งใหม่ จำเลยที่ 1 ก็ยังร่วมกับจำเลยที่ 2 ขอดูเงินและตรวจสอบจำนวนเงินซึ่งร้อยตำรวจเอกไพโรน์เตรียมไว้ล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนของกลางอีกทั้งจำเลยที่ 1 ยังได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 เข้าไปที่ศูนย์ขายอาหารในห้างสรรพสินค้ารับเมทแอมเฟตามีนของกลางจากจำเลยที่ 3 ซึ่งมาคอยอยู่ก่อนแล้วนำไปส่งมอบให้แก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ซึ่งเป็นผู้ล่อซื้ออีกด้วย การกระทำของจำเลยที่ 1ดังกล่าวรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 2 ในการครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อจำหน่าย และได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ผู้ล่อซื้อ มิใช่เป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 2 จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางตามที่จำเลยที่ 1 อ้างแต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ 3 แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้มีส่วนในการเจรจาตกลงจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนและนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์โดยตรงก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 3 นำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปมอบให้แก่จำเลยที่ 2 และยังคงรออยู่ที่ศูนย์ขายอาหารในที่เกิดเหตุจนกระทั่งถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนั้น ก็น่าเชื่อว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 3 คอยรับเงินจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางตามที่พลตำรวจเอกชัยเบิกความนั่นเอง การกระทำของจำเลยที่ 3 เป็นการแบ่งแยกหน้าที่ในการครอบครองและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลาง โดยจำเลยที่ 3 ทำหน้าที่เป็นผู้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปยังที่เกิดเหตุ ส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อให้จำเลยที่ 2 นำไปส่งมอบให้แก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ผู้ล่อซื้ออีกต่อหนึ่งจำเลยที่ 3 จึงเป็นตัวการร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในการกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายให้แก่ผู้ล่อซื้อด้วย ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า พลตำรวจเอกชัยเบิกความขัดแย้งกับคำเบิกความของร้อยตำรวจโทโยธินเกี่ยวกับการเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วานของสายลับ โดยพลตำรวจเอกชัยเบิกความว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ และพลตำรวจเอกชัยเดินทางไปที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์งามวงศ์วานด้วยรถยนต์เก๋งของร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ ส่วนสายลับแยกเดินทางไปต่างหาก แต่ร้อยตำรวจโทโยธินเบิกความว่าขณะที่ซุ่มอยู่ที่ลานจอดรถชั้นที่ 2 ของห้างสรรพสินค้าดังกล่าวเห็นสายลับลงจากรถยนต์เก๋งของร้อยตำรวจเอกไพโรจน์พร้อม ๆ กับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และพลตำรวจเอกชัยนั้น เห็นว่า พลตำรวจเอกชัยและร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ซึ่งเป็นประจักษ์พยานโดยตรงและรู้เห็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกันโดยตลอดต่างเบิกความตรงกันว่าสายลับไม่ได้ร่วมเดินทางไปในที่เกิดเหตุในรถยนต์คันเดียวกันกับพยานทั้งสองและจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยสายลับได้แยกไปต่างหาก พลตำรวจเอกชัยเพิ่งจะพบกับสายลับในที่เกิดเหตุขณะที่พลตำรวจเอกชัยกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 กำลังเดินไปที่ศูนย์ขายอาหารชั้นที่ 1 และสายลับได้ร่วมไปที่ศูนย์ขายอาหารตลอดจนกลับไปที่ลานจอดรถขณะที่จำเลยที่ 2 นำเอาเมทแอมเฟตามีนของกลางไปมอบให้แก่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ด้วย นอกจากนี้ก็ปรากฏว่าในชั้นสอบสวนร้อยตำรวจโทโยธินก็ได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนตามบันทึกคำให้การเอกสารหมายจ.3 ว่า ขณะที่ร้อยตำรวจเอกไพโรจน์ พลตำรวจเอกชัย จำเลยที่ 1 และที่ 2 ออกไปจากลานจอดรถแฟลตภาวนาไปยังที่เกิดเหตุนั้นสายลับได้แยกไปต่างหาก ฉะนั้น จึงน่าเชื่อว่าจากข้อเท็จจริงที่สายลับได้ไปยังที่เกิดเหตุและอยู่ในเหตุการณ์ขณะที่ร้อยตำรวจโทโยธินเข้าจับกุมจำเลยทั้งสาม ประกอบกับร้อยตำรวจโทโยธินได้มาเบิกความเป็นพยานภายหลังจากเกิดเหตุเป็นเวลานานจึงอาจทำให้ร้อยตำรวจโทโยธินสับสนเบิกความผิดพลาดไปบ้าง คำเบิกความของร้อยตำรวจโทโยธินดังกล่าวไม่ทำให้คำเบิกความของพลตำรวจเอกชัยขาดน้ำหนักความน่าเชื่อแต่อย่างใด และที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า จำเลยที่ 3ลงชื่อในบันทึกการจับกุมเอกสารหมาย จ.1 และบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนเอกสารหมาย ป.จ.3 โดยถูกเจ้าพนักงานตำรวจบังคับและไม่ได้อ่านให้ฟังนั้นจำเลยที่ 3 ก็เพียงแต่กล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีน้ำหนักที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายตามฟ้องจริง ฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8988/2543 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสุวณีหรือจุ๋ม ทองสุขดี หรือน้อยจันทร์ กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 83 ป.วิ.อ. ม. 22