ฎีกาที่ 5598/2540
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยปลอมบัตรเครดิตธนาคารแล้วใช้บัตรเครดิตดังกล่าวรูดกับเครื่องรูด บัตรเครดิตซึ่งธนาคารให้ไว้แก่จำเลยและปลอมเซลสลิปของบุคคลหลายคนเพื่อแสดงว่าผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตได้ซื้อหรือใช้บริการด้วยบัตรเครดิตดังกล่าว จำเลยกระทำอยู่หลายครั้งอย่างมีระบบเป็นลักษณะมืออาชีพพฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศจึงไม่สมควรรอการลงโทษให้จำเลยแต่ภายหลังกระทำผิดจำเลยรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้าย โดยชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายจนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐาน ฉ้อโกง จึงสมควรวางโทษให้เบาลง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90, 91, 264, 265, 268, 341 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268, 341 เป็นความผิดหลายกรรมเรียงกระทงลงโทษฐาน ฉ้อโกง จำคุก 3 ปี ฐานปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม ให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิจำคุก 5 ปี รวมจำคุก 7 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน พิเคราะห์รายงานสืบเสาะแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงและมีการนำบัตรเครดิตปลอมมาเรียกเก็บเงินถึง 83 ฉบับ เป็นเงิน627,755 บาท ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยส่วนรวมจึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐาน ฉ้อโกง โจทก์จำเลยไม่ค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ความผิดฐาน ฉ้อโกง เป็นคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัว และยังไม่ถึงที่สุด ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ เมื่อผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในความผิดฐานนี้ย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่าสมควรรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยได้ปลอมบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ใช้บัตรเครดิตดังกล่าวรูดกับเครื่องรูดบัตรเครดิตซึ่งธนาคารให้ไว้แก่จำเลยและปลอมเซลสลิปของบุคคลหลายคนแสดงว่าผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตได้ซื้อหรือใช้บริการด้วยบัตรเครดิตดังกล่าว จำเลยกระทำอยู่หลายครั้งอย่างมีระบบเป็นลักษณะมืออาชีพ พฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ใช้ดุลพินิจไม่รอการลงโทษจำเลยนั้นชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นแต่ภายหลังกระทำผิดจำเลยรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้าย โดยชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย จนผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐาน ฉ้อโกง สมควรวางโทษให้เบาลง" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 265, 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 แต่การใช้เอกสารสิทธิปลอมเกิดจากการทำปลอมเอกสารสิทธิด้วยให้ลงโทษฐานใช้เอกสารสิทธิปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 ปี 6 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2540 พนักงานอัยการ จังหวัด สงขลา โจทก์ นาย สิทธิ ชัย ขวัญ จันทร์ จำเลย ป.อ. ม. 56 , ม. 78