ฎีกาที่ 6987/2540
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 (ยกเลิก) มาตรา 102
พ.ศ. 2522 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 102 บรรดายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 4 หรือประเภท 5 เครื่องมือ เครื่องใช้ ยานพาหนะหรือวัตถุอื่นซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษอันเป็นความ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 5
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 11
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 11 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ให้ความเห็น คำแนะนำหรือความเห็นชอบในเรื่องต่อไปนี้ (1) การผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ หรือการขึ้นทะเบียนวัตถุต...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 62
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 62 ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากกระทรวงสาธารณสุขหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขมีไว้ในครอบครอง หรือใช้ประโยชน์ใด ๆ ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ทุกประเภทเว้นแต่ได้รับใบอนุญาต การขอรับ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 62 ตรี
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 62 ตรี ห้ามมิให้ผู้ใดเสพวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เว้นแต่การเสพตามคำสั่งของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาทันตกรรมเพื่อประโยชน์ในการรักษา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 106 ตรี
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 106 ตรี ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 62 ทวิ หรือมาตรา 62 ตรี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 (ยกเลิก) มาตรา 106 ทวิ
พ.ศ. 2517 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 106 ทวิ ผู้ใดมีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 หรือประเภท 2 อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 62 วรรคหนึ่ง เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตามมาตรา 6 (7 ทวิ) ต้อง...
ย่อสั้น
จำเลยได้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนปริมาณ 0.589 กรัม เกินปริมาณรัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้ในครอบครอง และเมื่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97(พ.ศ. 2539) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135(พ.ศ. 2539) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มีผลเป็นเพียงให้เมทแอมเฟตามีนถูกเพิกถอนจากการเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 มาเป็น ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 เท่านั้น โดยไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติยกเลิกความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองแต่อย่างใด ฉะนั้นจำเลยจึงยังมีความผิดและต้องรับโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองอยู่ ส่วนจะต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ ย่อมเป็นเรื่องกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำผิด ซึ่งต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย คือตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2537 เวลากลางวันจำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จำนวน 33 เม็ด น้ำหนัก 2.67 กรัม มีปริมาณเมทแอมเฟตามีน 0.589 กรัมเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้ในครอบครองกับเสพเมทแอมเฟตามีนโดยวิธีสูดเข้าร่างกายและมีกัญชา 1 ห่อ น้ำหนัก 0.78 กรัม ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 4, 5, 6, 11, 62, 62 ตรี, 106, 106 ทวิ, 106 ตรี, 116 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอให้ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 15, 26 วรรคหนึ่ง, 57, 67, 76 วรรคหนึ่ง และ 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองให้จำคุก 3 ปี ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 4 ปี3 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 10 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 เรียงกระทงลงโทษจำเลยในความผิดตามมาตรา 15, 26 วรรคหนึ่ง, 67 และ 76 วรรคหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุก 3 ปี 3 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 2 เดือน คืนขวดแก้วใสสายยางเล็กและท่อเหล็กแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลย นายมนัส รอดนารี นายอนันต์ ศักดิ์สุภาพ และนายนุกูล สิงห์โต และยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวน 33 เม็ด น้ำหนัก 2.67 กรัม มีปริมาณเมทแอมเฟตามีน 0.589 กรัม กัญชา 1 ห่อ น้ำหนัก 0.78 กรัม เป็นของกลาง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และมีกัญชาของกลางไว้ในครอบครองหรือไม่นั้น พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนมีปริมาณ 0.589 กรัม เกินปริมาณรัฐมนตรีประกาศกำหนดและกัญชาของกลางไว้ในครอบครองจริง ส่วนพยานหลักฐานของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ สำหรับฎีกาข้อกฎหมายที่จำเลยฎีกาว่า การที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97 (พ.ศ. 2539) ยกเลิกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับต่าง ๆ หลายฉบับ เป็นเหตุให้เมทแอมเฟตามีนไม่อยู่ในกำหนดชื่อและประเภทของวัตถุออกฤทธิ์ในทุกประเภทต่อไป และมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) เรื่องระบุชื่อและประเภท ยาเสพติด ให้โทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ระบุให้เมทแอมเฟตามีนเป็น ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 1 มีผลให้จำเลยไม่มีความผิดและไม่ต้องรับโทษหรือไม่ เห็นว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97 (พ.ศ. 2539) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ. 2539) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 นั้น มีผลเป็นเพียงให้เมทแอมเฟตามีนถูกเพิกถอนจากการเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 มาเป็น ยาเสพติด ให้โทษในประเภท ที่ 1 เท่านั้น โดยไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติยกเลิกความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองแต่อย่างใด ฉะนั้นจำเลยจึงยังมีความผิดและต้องรับโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองอยู่ แต่จะต้องรับโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ ย่อมเป็นเรื่องกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำผิดซึ่งต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย เมื่อพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาทมีระวางโทษเบากว่าระวางโทษตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 106 ทวิ ที่ใช้อยู่ในขณะจำเลยกระทำความผิด ซึ่งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท จึงเป็นกฎหมายส่วนที่เป็นคุณ ต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 67 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 มิใช่เป็นกรณีที่กฎหมายยกเลิกความผิดดังที่จำเลยอ้าง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6987/2540 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นาย สำราญ ปานสกุล จำเลย ป.อ. ม. 3 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม. 62 วรรคหนึ่ง , ม. 106 ทวิ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 67 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97 (พ.ศ.2539) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ