ฎีกาที่ 9692/2539
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา94บัญญัติห้ามเฉพาะการนำพยานบุคคลเข้าสืบแทนพยานเอกสารหรือประกอบข้ออ้างว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความในเอกสารในเมื่อมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเท่านั้นแต่การที่ผู้คัดค้านร่วมนำสืบว่าผู้คัดค้านร่วมได้ชำระค่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ซื้อขายให้แก่จำเลยที่2เป็นจำนวนเงิน17,200,000บาทโดยนำพ.กับป.ซึ่งรู้เห็นในการซื้อขายมาเบิกความยืนยันประกอบเอกสารมิใช่นำสืบเพื่อให้บังคับตามสัญญาซื้อขายแต่เป็นการนำสืบถึงความเป็นจริงว่าผู้คัดค้านร่วมซื้อทรัพย์พิพาทจากจำเลยที่2มาในราคาเท่าใดเพื่อให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านและศาลจะได้วินิจฉัยต่อไปว่าผู้คัดค้านร่วมได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่ย่อมนำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา94และการที่ผู้คัดค้านร่วมกับจำเลยที่2ไม่ได้ระบุราคาที่ซื้อขายอันแท้จริงจำนวนลงในสัญญาซื้อขายที่ดินที่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นก็หาตกเป็นโมฆะไม่และรับฟังได้เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา456มีบทบังคับเพียงให้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้นซึ่งกรณีของจำเลยที่2กับผู้คัดค้านร่วมก็ได้มีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ระบุราคาที่ซื้อขายครบถ้วนแล้ว
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2533 จำเลยทั้งสองถูกศาลชั้นต้นสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2533ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอให้ผู้คัดค้านดำเนินการขอเพิกถอนการโอนที่ดินตามโฉนดเลขที่ 3710 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ระหว่างจำเลยที่ 2 กับนายวรวิทย์ คุณากรวงศ์ ซึ่งได้กระทำการโอนกันในระหว่างระยะเวลาสามปีก่อนมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีคำสั่งไม่ดำเนินการขอเพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่เห็นพ้องด้วยกับคำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่เพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 2 กับนายวรวิทย์ คุณากรวงศ์ เพราะจำเลยที่ 2 ได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่นายวรวิทย์ในราคาเพียง 5,000,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าความจริงนายวรวิทย์รับโอนไว้โดยมีพฤติการณ์ไม่สุจริต ส่วนที่ผู้คัดค้านสอบสวนได้ความว่า 17,200,000 บาท เป็นการฟังพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในราคาสูงกว่าราคาที่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่เป็นการซื้อขายกันต่ำกว่าความเป็นจริง และเป็นการโอนกันโดยไม่สุจริต ขอให้กลับคำสั่งผู้คัดค้าน โดยให้ผู้คัดค้านดำเนินการขอเพิกถอนการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 2 กับนายวรวิทย์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วได้ความว่าการโอนที่ดินแปลงพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 2 กับนายวรวิทย์ คุณากรวงศ์ มีการซื้อขายกันจริงในราคา 17,200,000 บาทและการฟังพยานบุคคลเพื่อทราบว่ามีการซื้อขายกันด้วยราคาที่แท้จริงเป็นเงินเท่าไรนั้น ไม่ใช่เป็นการฟังพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ราคาที่ซื้อขายกันจริงเป็นราคาที่สมควรแก่ที่ดินแปลงพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ซื้อขายกันในขณะนั้นไม่มีพฤติการณ์ที่ส่อให้เห็นว่าเป็นการโอนกันโดยไม่สุจริต หรือเป็นการสมยอมกันการโอนที่ดินแปลงพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่างจำเลยที่ 2 กับนายวรวิทย์ได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่มีเหตุเพิกถอน ขอให้ยกคำร้อง ระหว่างพิจารณา นายวรวิทย์ คุณากรวงศ์ ผู้รับโอนยื่นคำร้องขอเข้าเป็นผู้คัดค้านร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้น มี คำสั่ง ยกคำร้อง ของ ผู้ร้อง ผู้ร้อง อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน ผู้ร้อง ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า การโอนระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านร่วมได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า หนังสือสัญญาซื้อขายที่ดิน ตามเอกสารหมาย จ.1จำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านร่วมระบุจำนวนเงินในสัญญาซื้อขายกันในราคา 5,000,000 บาท ศาลจำต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ระบุในหนังสือซื้อขายที่จดทะเบียนไว้เท่านั้น การที่ผู้คัดค้านร่วมนำสืบว่าซื้อมาในราคา 17,200,000 บาท เมื่อราคาดังกล่าวไม่ทำเป็นหนังสือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ย่อมเป็นโมฆะและรับฟังไม่ได้และเป็นการต้องห้ามมิให้นำสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เพราะผู้คัดค้านร่วมย่อมถูกปิดปากตามข้อความในเอกสารนั้นเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94บัญญัติห้ามเฉพาะการนำพยานบุคคลเข้าสืบแทนพยานเอกสาร หรือประกอบข้ออ้างว่ายังมีข้อความเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความในเอกสารในเมื่อมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงเท่านั้น แต่การที่ผู้คัดค้านร่วมนำสืบว่าผู้คัดค้านร่วมได้ชำระค่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ซื้อขายให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นจำนวนเงิน17,200,000 บาท โดยนำนางพิมลทิพ ธรรมรัตน์ ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขาประตูน้ำ กับนายประวิทย์หาขุน นายหน้าผู้ขายที่ดินพิพาทซึ่งรู้เห็นในการซื้อขายมาเบิกความยืนยันประกอบเอกสารว่า ผู้คัดค้านร่วมได้เบิกเงินออกจากบัญชีเงินฝากของผู้คัดค้านร่วม ดังปรากฏตามเอกสารหมาย ค.5 ถึงค.8 แล้วทำเป็นแคชเชียร์เช็คจำนวน 3 ฉบับ ตามเอกสารหมาย ค.9ถึง ค.11 และ ค.21 พร้อมด้วยเงินสดบางส่วนไปชำระให้จำเลยที่ 2รวมแล้วเป็นราคาที่ซื้อขายกันจริงจำนวน 17,200,000 บาท นั้นมิใช่นำสืบเพื่อให้บังคับตามสัญญาซื้อขาย แต่เป็นการนำสืบถึงความเป็นจริงว่าผู้คัดค้านร่วมซื้อทรัพย์พิพาทจากจำเลยที่ 2มาในราคาเท่าใด ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้คัดค้านและศาลจะได้วินิจฉัยต่อไปว่า ผู้คัดค้านร่วมได้กระทำโดยสุจริตหรือไม่ ย่อมนำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ส่วนที่ผู้คัดค้านร่วมกับจำเลยที่ 2 ไม่ได้ระบุราคาที่ซื้อขายอันแท้จริงจำนวน 17,200,000 บาท ลงในสัญญาซื้อขายที่ดินที่จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นก็หาตกเป็นโมฆะไม่ และรับฟังได้เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 มีบทบังคับเพียงให้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งกรณีของจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านร่วมก็ได้มีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ระบุราคาที่ซื้อขายครบถ้วนแล้ว การไม่ระบุราคาที่แท้จริงลงไปก็เป็นกรณีที่จะต้องไปว่ากล่าวในเรื่องการเลี่ยงภาษีในการซื้อขายที่ดินอีกกรณีหนึ่งต่างหาก เมื่อผู้ร้องมิได้นำสืบโต้แย้งว่าราคาซื้อขายตามที่ผู้คัดค้านสอบสวนได้ความไม่ถูกต้องอย่างไรทั้งมิได้นำสืบให้เห็นว่าผู้คัดค้านร่วมรับโอนทรัพย์พิพาทโดยไม่สุจริตอย่างไร แต่กลับได้ความจากคำเบิกความของนางนันทา ชื่นภิรมย์ พยานของผู้ร้องซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายประเมินราคาทรัพย์ กรม บังคับคดี ที่เบิกความว่า ทรัพย์พิพาทได้ประเมินราคาไว้ในปี 2530 เป็นเงิน8,900,000 บาท แต่ราคาซื้อขายในท้องตลาดประมาณ 13,000,000 บาทและนอกจากนี้ยังได้ความจากนางพวงเพชร เจริญวิริยะภาคย์เจ้าพนักงานที่ดินเบิกความเป็นพยานผู้ร้องฟังได้ว่า เมื่อปี 2526จำเลยที่ 2 ได้จำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาธนกิจ จำกัด ได้ราคาถึง 9,000,000 บาทตามภาพถ่ายหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันเอกสารหมาย จ.8ดังนี้ การซื้อขายทรัพย์พิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านร่วมจึงไม่น่าจะซื้อขายกันในราคาเพียง 5,000,000 บาท ตามที่ผู้ร้องฎีกา แต่มีเหตุผลเชื่อได้ว่าซื้อขายกันจริงในราคา17,200,000 บาท อันเป็นราคาที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์ในขณะที่ผู้คัดค้านร่วมรับโอนทรัพย์พิพาทดังกล่าวเมื่อปี 2530 ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อนำสืบของผู้คัดค้านและผู้คัดค้านร่วมสามารถแสดงให้พอใจได้ว่าการโอนรายนี้ได้กระทำโดยสุจริต พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9692/2539 บริษัท ยูกาอิไมโบกู จำกัด โจทก์ บริษัท ยูกาอิโมโบกู จำกัด ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน ผู้คัดค้าน ร่วม ผู้คัดค้าน นาย วรวิทย์ คุณากรวงศ์ ผู้คัดค้าน บริษัท สยามวณิชเทรดดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 456 ป.วิ.พ. ม. 94 (ข) พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 114