ฎีกาที่ 4970/2538
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำเลยให้การรับสารภาพและศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำเลยอุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบาข้อที่ว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำเลยมิได้อุทธรณ์การที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อเสพเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่เป็นการไม่ชอบต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา249วรรคหนึ่งประกอบด้วยมาตรา15แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 32.9 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7,8, 15, 66, 102 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง,ให้จำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยให้การรบสารภาพตามฟ้องและศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 15 วรรคสอง และมาตรา 66 วรรคหนึ่ง จำเลยอุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบา ข้อที่ว่าจำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยมิได้อุทธรณ์ การที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีเฮโรอีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อเสพ เป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ เป็นการไม่ชอบ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 2419 วรรคหนึ่งประกอบด้วยมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้นเห็นว่า ข้อหาความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 1 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ว่า ถ้ามีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ห้ามหมื่นบาทถึงห้าแสนบาทเฮโรอีนของกลางที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 32.9 กรัม นับว่ามีปริมาณมากพอสมควรเมื่อคำนึงถึงว่าเฮโรอีนเป็น ยาเสพติด ให้โทษชนิดร้ายแรง เป็นภัยต่อมมวลมนุษย์ผู้เสพอย่างมหันต์ สมควรที่จะต้องปราบปรามผู้จงใจมี ยาเสพติด ให้โทษประเภทนี้ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายด้วยการลงโทษสถานหนักเพื่อให้หลาบจำและเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้สืบต่อไปที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำคุกจำเลยหลังจากลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 10 ปีนั้น นับว่าเหมาะสมและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้วไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ภาค 2ดังที่จำเลยฎีกาขอมา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4970/2538 พนักงานอัยการจังหวัดแม่ฮ่องสอน โจทก์ นางสาว บอนนี่ เอ เบริน จำเลย ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 249 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 15 วรรคสอง , ม. 66 วรรคหนึ่ง