ฎีกาที่ 9049/2538
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเห็นว่าศาลชั้นต้นออกหมาย บังคับคดี ไม่ถูกต้อง จำเลยย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้มีคำสั่งยกเลิกหมาย บังคับคดี ได้ และเมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการออกหมาย บังคับคดี โดยผิดหลงก็มีคำสั่งให้ยกเลิกหมาย บังคับคดี ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่งและวรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15
ย่อยาว
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 268 วรรคหนึ่ง, 341 ลงโทษจำคุกรวม 5 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,939,063 บาท แก่โจทก์ร่วมทั้งสอง จำเลยอุทธรณ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงาน บังคับคดี เพื่อยึดทรัพย์จำเลยตามคำขอของโจทก์ร่วมทั้งสองแต่ต่อมาศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการออกหมาย บังคับคดี โดยผิดหลงจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนหมาย บังคับคดี ดังกล่าว โจทก์ร่วมทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกาข้อเดียวว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมาย บังคับคดี และโจทก์ร่วมได้ทำการยึดทรัพย์บางส่วนแล้ว หากจำเลยเห็นว่าไม่ถูกต้อง จำเลยต้องอุทธรณ์เมื่อจำเลยไม่อุทธรณ์กลับยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนจึงไม่ถูกขั้นตอน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนหมาย บังคับคดี จึงไม่ถูกต้อง เห็นว่า เมื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเห็นว่าศาลชั้นต้นออกหมาย บังคับคดี ไม่ถูกต้อง จำเลยย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้มีคำสั่งยกเลิกหมาย บังคับคดี ได้และเมื่อศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นการออกหมาย บังคับคดี โดยผิดหลงก็มีคำสั่งให้ยกเลิกหมาย บังคับคดี ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9049/2538 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด สี คิ้ว ( ปากช่อง โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย บำรุง ลาภ รังสิรัตน์ กับพวก โจทก์ นาย ณ รงค์ บำเพ็ญ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 296 วรรคหนึ่ง , ม. 296 วรรคสาม ป.วิ.อ. ม. 15