ฎีกาที่ 7020/2537
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์ทั้งสองต่างใช้สิทธิเฉพาะตัวของโจทก์แต่ละคน ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมูลละเมิดรวมกันมา การพิจารณาทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาจะต้องถือตามทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนดังนั้น เมื่อทุนทรัพย์ของโจทก์ที่ 2 ที่เรียกร้องไม่เกิน200,000 บาท คดีสำหรับโจทก์ที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248วรรคหนึ่ง โจทก์ที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ขับรถโดย ประมาท เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ย่อยาว
โจทก์ทั้งสองฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่า โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย และโจทก์ที่ 2 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 1 ฟ้องคดี โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียนม - 0834 อ่างทอง จำเลยที่ 2เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วน จำกัด โดยมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2528 เวลา 5.30นาฬิกา จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนกระทำในทางการที่จ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80 - 2749 สมุทรปราการ ไปตามถนนธนบุรี - ปากท่อมุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามด้วยความ ประมาท เป็นเหตุให้ชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ซึ่งแล่นส่วนทางกันได้รับความเสียหายและนายสานิต ธัญญา บุตรของโจทก์ทั้งสองถึงแก่ความตายกับโจทก์ที่ 1 ได้รับอันตรายแก่กายบาดเจ็บสาหัส รถยนต์ของโจทก์ที่ 1 เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 342,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ระหว่างพิจารณา โจทก์ทั้งสองยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80 - 2749สุมทรปราการ วันเกิดเหตุ นายสานิตได้ขับรถยนต์ไปตามธนบุรี- ปากท่อ และโดยความ ประมาท เป็นเหตุให้รถเสียหลักล้ำเข้าไปในช่องเดินรถสวนพุ่งเข้าชนรถยนต์จำเลยที่ 2 ซึ่งแล่นมาด้วยความเร็วปกติในช่องเดินรถจำเลยที่ 1 ทำให้รถยนต์ที่ 2 เสียหายค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งสองฟ้องเรียกสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ โดยได้รับอนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา โดยได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองต่างใช้สิทธิเฉพาะตัวของโจทก์แต่ละคนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากมูลละเมิดรวมกันมาแต่การพิจารณาทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกา จะต้องถือตามทุนทรัพย์ของโจทก์ แต่ละคน ดังนั้นเมื่อทุนทรัพย์ของโจทก์ที่ 2ที่เรียกร้องมานั้นไม่เกิน 200,000 คดีสำหรับโจทก์ที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง โจทก์ที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1ขับรถโดย ประมาท เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่ 1 ว่า จำเลยที่ 1 ขับรถโดย ประมาท หรือ แล้ววินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 มิได้ขับรถโดย ประมาท พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7020/2537 นาง อำนวย ธัญญา กับพวก โจทก์ นาย ทวีป กุมภา กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคหนึ่ง