ฎีกาที่ 5935/2537
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
เมื่อศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังขัดแย้งแตกต่างกันอยู่และยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง ศาลฎีกาจึงไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีน จำนวน 5 ถุง รวมน้ำหนัก1,750 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนัก สารบริสุทธิ์ 1,487.5 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยใช้รถจักรยานยนต์ในการกระทำความผิดขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7, 8, 15, 66, 102 และริบเฮโรอีน ถุงบรรจุเฮโรอีนและรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7(1), 8, 15, 66 วรรคสองจำคุกตลอดชีวิต และริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ของกลางริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังขัดแย้งแตกต่างกันอยู่และยังมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าเมื่อปรากฏว่าพยานโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง พิพากษายืน แต่ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5935/2537 พนักงานอัยการ จังหวัด เชียงราย โจทก์ นาง ศศิธร แจ่มจรัส จำเลย ป.อ. ม. 33 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 ม. 15 , ม. 66 วรรคสอง