ฎีกาที่ 3989/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีฝิ่นอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 2 จำนวน 3 ห่อ หนัก 4,825 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17,69 เป็นการบรรยายฟ้องตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคหนึ่งที่บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 2 เว้นแต่ได้รับอนุญาต"ซึ่งการมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีโทษตามมาตรา 69 วรรคสอง โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าฝิ่นดังกล่าวคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่หนึ่งร้อยกรัมขึ้นไปดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 17 วรรคสอง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 69 วรรคสี่ หนักกว่าโทษตามมาตรา 69 วรรคสองดังนั้นแม้โจทก์จะนำสืบได้ว่า ฝิ่นที่จำเลยมีไว้ในครอบครองคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่าหนึ่งร้อยกรัมก็ตามศาลก็ไม่อาจลงโทษจำเลยตามมาตรา 69 วรรคสี่ ซึ่งเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีฝิ่นอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 2จำนวน 3 ห่อ หนัก 4,825 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมฝิ่นจำนวนดังกล่าว และกระเป๋าผ้าสีดำ 1 ใบ ที่ใช้บรรจุฝิ่นเป็นของกลางขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 17, 69, 102 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 6, 10 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคแรก, 69 วรรคสองจำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 จำคุก 2 ปี 6 เดือน ของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 69 วรรคสี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีฝิ่นอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 2 จำนวน 3 ห่อหนักรวม 4,825 กรัม ไว้ในครอบครองของจำเลยเพื่อจำหน่ายโจทก์ได้บรรยายฟ้องครบองค์ประกอบความผิดแล้วว่า จำเลยมีฝิ่นของกลางในคดีนี้ไว้เพื่อจำหน่าย โจทก์ไม่จำต้องบรรยายให้ชัดเจนถึงขนาดว่าฝิ่นของกลางคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้เท่าใด เพราะการคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เป็นเรื่องของความสะดวกเพื่อให้เข้าข้อสันนิษฐาน ตามนัยของมาตรา 17 วรรคสอง เท่านั้น มิใช่องค์ประกอบของความผิด โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยฟังได้ว่า จำเลยมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และโจทก์อ้างส่งรายงานการตรวจพิสูจน์ฝิ่นของกลางซึ่งคำนวณเป็นปริมาณมอร์ฟีนบริสุทธิ์เกินกว่า 100 กรัม ตามเอกสารหมาย จ.2 แล้ว จึงชอบที่ศาลจะต้องพิพากษาลงโทษจำเลย ตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 69 วรรคสี่ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีฝิ่นอันเป็น ยาเสพติด ให้โทษประเภท 2 จำนวน 3 ห่อ หนัก 4,825 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17, 69คำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวเป็นการบรรยายฟ้องตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า"ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่ง ยาเสพติด ให้โทษในประเภท 2 เว้นแต่ได้รับอนุญาต" ซึ่งการมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีโทษตามมาตรา 69 วรรคสอง โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าฝิ่น ดังกล่าวคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ตั้งแต่หนึ่งร้อยกรัมขึ้นไปดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 17 วรรคสอง ซึ่งมีโทษตามมาตรา 69 วรรคสี่ หนักกว่าโทษตามมาตรา 69 วรรคสองแต่อย่างใดดังนั้นแม้โจทก์จะนำสืบได้ว่าฝิ่นที่จำเลยมีไว้ในครอบครองคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่าหนึ่งร้อยกรัมดังที่โจทก์ฎีกาก็ตามศาลก็ไม่อาจลงโทษจำเลยตามมาตรา 69 วรรคสี่ ซึ่งเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายมาในคำฟ้องได้เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 69 วรรคสองนั้นชอบแล้ว" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3989/2536 อัยการ แม่ฮ่องสอน โจทก์ นาย ศิริ เลายี่ ป๋า จำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 , ม. 192 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 17 , ม. 69