ฎีกาที่ 2994/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
การที่จะพิจารณาว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่จะต้องพิจารณาข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจประกอบด้วย ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16เมื่อตามระเบียบกรมตำรวจและประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดหน่วยงานและเขตอำนาจการรับผิดชอบฯของหน่วยราชการในกรมตำรวจ ระบุไว้ในข้อ 7ว่า กองกำกับการ 7 มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญาต่าง ๆ ตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติด ให้โทษ ฯลฯทั่วราชอาณาจักรซึ่งเป็นข้อบังคับว่าด้วยอำนาจ และ หน้าที่ของตำรา ดังนั้น พนักงานสอบสวน ในกองกำกับการ 7 กองปราบปรามจึงมีอำนาจสอบสวนคดี ความผิดต่อพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ซึ่งเหตุเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์อันเป็น ยาเสพติด ให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ชนิดผงอัดก้อนจำนวน 4 ก้อน และชนิดผงบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก 4 ถุงน้ำหนักรวม 2,285.6 กรัมคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 1,785 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 เหตุเกิดที่ตำบลป่าตันอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเฮโรอีนดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8,15, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2528 มาตรา 4 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภท ยาเสพติด ให้โทษตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่17 กันยายน 2522 ข้อ 1(1) ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง,66 วรรคสอง ให้ประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาไม่มีเหตุบรรเทาโทษจึงไม่ลดโทษให้ ริบเฮโรอีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1)ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาข้อแรกว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ไม่มีอำนาจสอบสวนคดีนี้เพราะจำเลยมีภูมิลำเนาและถูกจับกุมในท้องที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่าการที่จะพิจารณาว่าพนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนหรือไม่ จะต้องพิจารณาข้อบังคับทั้งหลายซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของตำรวจประกอบด้วยดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 16คดีนี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกศรกฤษณ์ แก้วผลึก พนักงานสอบสวนมาเบิกความว่า พยานรับราชการตำแหน่งรองสารวัตรแผนก 3กองกำกับการ 7 กองปราบปราม มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ ยาเสพติด ให้โทษทั่วราชอาณาจักร ตามระเบียบกรมตำรวจและประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดหน่วยงาน และเขตอำนาจการรับผิดชอบฯ ของหน่วยราชการในกรมตำรวจ ตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งระบุไว้ในข้อ 7 ว่ากองกำกับการ 7 มีอำนาจหน้าที่สืบสวน สอบสวนคดีอาญาต่าง ๆตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติด ให้โทษ ฯลฯ ทั่วราชอาณาจักรซึ่งเป็นข้อบังคับว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ ของตำรวจ ดังนั้นร้อยตำรวจเอกศรกฤษณ์ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในกองกำกับการ 7กองปราบปราม จึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้องฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2994/2536 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย เงา ฉ่ายหรือเง่าฉ่าย สินเกา จำเลย ป.วิ.อ. ม. 16 , ม. 18