ฎีกาที่ 5495/2536
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่ศาลจะสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสองนั้น ต้องเป็นกรณีที่เจ้าพนักงาน บังคับคดี ดำเนินการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการ บังคับคดี ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตามคำร้องของจำเลยทั้งสามอ้างว่า การขายทอดตลาดมีโจทก์เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียว ส่วนบุคคลอื่นเป็นบุคคลที่โจทก์จัดหามาเข้าสู้ราคาพอเป็นพิธีนั้นถึงหากจะฟังว่าเป็นความจริง ก็มิใช่เป็นการกระทำของเจ้าพนักงาน บังคับคดี และแม้จะมีผู้เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียว ก็ไม่ทำให้การขายทอดตลาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่าต้องมีผู้เข้าสู้ราคาเกินกว่าหนึ่งรายจึงจะทำการขายทอดตลาดทรัพย์ได้ ข้ออ้างตามคำร้องของจำเลยทั้งสาม จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงาน บังคับคดี ได้ดำเนินการ บังคับคดี ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการ บังคับคดี ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 296 วรรคสอง
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากเจ้าพนักงาน บังคับคดี ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยรวม 7 รายการ โจทก์เป็นผู้ประมูลราคาสูงสุดทั้ง 7 รายการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 21,762,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องว่า การขายทอดตลาดมีโจทก์เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียว ส่วนบุคคลอื่นเป็นบุคคลที่โจทก์จัดหามาเข้าสู้ราคาพอเป็นพิธี ไม่มีเจตนาจะซื้อทรัพย์ที่ขายทอดตลาด การขายทอดตลาดจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และการขายทอดตลาดดังกล่าวมีการสมยอมเข้าสู้ราคา ทำให้ขายได้ราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด และดำเนินการขายทอดตลาดใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลจะสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง ได้นั้นจะต้องเป็นกรณีที่เจ้าพนักงาน บังคับคดี ดำเนินการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการ บังคับคดี ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ตามคำร้องของจำเลยทั้งสามนั้นถึงหากจะฟังว่าเป็นความจริง การกระทำที่จำเลยทั้งสามกล่าวอ้างในคำร้องดังกล่าวก็มิใช่เป็นการกระทำของเจ้าพนักงาน บังคับคดี และแม้จะมีผู้เข้าสู้ราคาเพียงรายเดียวดังที่จำเลยทั้งสามกล่าวอ้าง ก็ไม่ทำให้การขายทอดตลาดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่าต้องมีผู้เข้าสู้ราคาเกินกว่าหนึ่งรายจึงจะทำการขายทอดตลาดทรัพย์ได้ ข้อกล่าวอ้างตามคำร้องของจำเลยทั้งสามจึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างว่าเจ้าพนักงาน บังคับคดี ได้ดำเนินการ บังคับคดี ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งลักษณะการ บังคับคดี ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจำเลยทั้งสามจึงขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ทั้ง 7 รายการที่ได้ขายทอดตลาดไปแล้วไม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสามโดยไม่ทำการไต่สวนคำร้องดังกล่าวชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5495/2536 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เหล่า ถาวร บริการ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. ม. 509 ป.วิ.พ. ม. 296 วรรคสอง , ม. 308